posttoday
เทคนิคบริหารเวลาและเงินเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น

เทคนิคบริหารเวลาและเงินเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น

11 ตุลาคม 2560

ลีลี่ โจวเงินทองคือของมีค่า แต่อีกสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า คือ เวลาในชีวิตของเรา เพราะเวลาเสียไปแล้วไม่มีทางหวนกลับคืนมาได้ และเราไม่สามารถหยุดเวลาชีวิตได้ตามใจหวัง หยุดอีกครั้งเมื่อสิ้นลมหายใจ

ลีลี่ โจว

เงินทองคือของมีค่า แต่อีกสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่า คือ เวลาในชีวิตของเรา เพราะเวลาเสียไปแล้วไม่มีทางหวนกลับคืนมาได้ และเราไม่สามารถหยุดเวลาชีวิตได้ตามใจหวัง หยุดอีกครั้งเมื่อสิ้นลมหายใจ

ในงานสัมมนา จัดโดยทูมอร์โรว์ กรุ๊ป วิสูตร แสงอรุณเลิศ อดีตนักแต่งเพลงค่ายแกรมมี่ ได้ให้แง่คิดดีๆ ไว้ว่า ยุคนี้เป็นยุคแห่งโอกาส ยุคแห่งคนธรรมดาสามารถสร้างตัวเองได้ มีโอกาสให้เราไขว่คว้าเสมอ เพียงแต่เราต้องลงทุนในตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเอง

เวลาดูว่าเราพัฒนาตัวเองไปแค่ไหน ให้ดูย้อนหลังเทียบกับ 5 ปีก่อน ดูว่าความก้าวหน้าทางวัตถุของเราไปแค่ไหน ถ้ายังไม่เปลี่ยนแปลว่าไม่ได้เคลื่อนที่เลย และอีกสิ่งที่สำคัญกว่าดูวัตถุ คือ ดูตัวเองว่าเราเก่งขึ้นหรือไม่ ดีขึ้นหรือเปล่า ปัญหาเดิมๆ ยังรบกวนเราได้หรือไม่ ถ้าทุกอย่างเหมือนเดิม เท่ากับเราไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเลย

วิสูตร แนะนำเทคนิคดีๆ 4-3-2-1 ORI ไว้อย่างน่าสนใจว่า เวลานั้นมีค่ากว่าเงิน เทคนิคในบริหารเวลา คือ 4-3-2-1 โดย 4 คือ 4 ชั่วโมง/วัน ต้องหาชั่วโมงทองของตัวเองให้เจอ เพราะคนเราจะมีชั่วโมงทองของตัวเองที่คิดอะไรออกมากมาย ทำงานไหลลื่น ใช้เวลาช่วงนั้นทำงานของตัวเอง อย่าให้ใครมาแย่งเวลานี้ไปทำอย่างอื่น ซึ่ง 4 ชั่วโมงอาจไม่ต้องเป็นช่วงเวลาติด กันก็ได้

ต่อมาคือ 3 ส่วนของชีวิต ให้แบ่งเวลาชีวิตเป็น 3 ส่วน คือ เวลาทำงาน เวลาพักผ่อน และเวลาที่เหลือ ซึ่งช่วงเวลาที่เหลือนี่เอง คือ จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต อาจทำให้คนสองคนที่ใช้เวลาส่วนนี้ไม่เหมือนกันมีชีวิตที่ไม่เหมือนกันได้ใน 5 ปีข้างหน้า ให้นำเวลาที่เหลือนี้ไปหาความรู้เพิ่มเติมเสริมเรื่องงานให้เก่งขึ้นหรือทำงานเสริม

ขณะที่ 2 คือ ทำงาน 2 อย่างในเวลาเดียวกัน เพราะ 1 วัน มี 24 ชั่วโมง มีเศษเวลามากมายที่ถูกปล่อยผ่านโดยเปล่าประโยชน์อย่างที่เรานึกไม่ถึง เช่น ใช้เวลาผ่านไปกับการอยู่ในสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย)

ถ้าเราเก็บเวลาเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ก็เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตได้ เช่น ช่วงเวลารถติด ผมจะเปิดฟังคลิปสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จ ช่วงที่ทำงานบางอย่างซึ่งเป็นงานซ้ำๆ รูปแบบเดิมๆ ที่สมองสั่งโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว ใช้สมองมาทำอีกอย่างเสริมได้

ลองนึกดีๆ ว่า มีกิจกรรมไหนบ้างที่เราทำไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรมากเท่าไร แล้วนำเวลาเหล่านี้ใช้หาความรู้เพิ่มให้ตัวเอง

ปิดท้ายด้วย 1 ให้นึกว่า 1 สิ่งใดที่สำคัญที่สุดในวันนี้ที่ฉันต้องทำ จากภารกิจทั้งหมดที่มี แล้วทำให้สำเร็จ ถ้าทำได้ถือเป็นรางวัลของวันนั้นแล้ว ส่วนภารกิจที่เหลือถ้าทำได้ถือเป็น กำไรชีวิต

"หาสิ่งสำคัญที่สุดของวัน จะได้ ไม่เป็นการสร้างรายการสิ่งที่ต้องทำแบบหลอกๆ ให้ตัวเอง แล้วเราก็ลืมนับความสำเร็จ ไปเริ่มนับจากความไม่สำเร็จ และนอกจากนึกถึงหนึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของวันแล้ว ให้นึกถึงหนึ่งคนสำคัญที่สุดที่อยู่ตรงหน้านี้ด้วย เพราะใจคนเราอยู่ทุกที่ยกเว้นที่นี่" วิสูตร กล่าว

ด้านเทคนิค ORI คือ เทคนิคการบริหารเงินแบบเรียบง่ายที่นำไปใช้ได้ O คือ Ordinary Life หรือการมีชีวิตปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนยุคนี้ไม่ทำกัน เราอยู่ในยุคที่หน้าตาต้องดูดีตลอดเวลา ทุกคนดูดีในโซเชียลมีเดีย พยายามใช้ชีวิตเกินจริง มีมาตรฐานสูงกว่ารายได้ ทั้งที่จริงการมีชีวิตปกติจะช่วยเราได้มาก

ให้นึกเสมอว่าการมีรายได้เท่าไร ไม่สำคัญเท่ามีรายจ่ายเท่าไร โดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิต อย่างไรก็ตามจงมีชีวิตที่ปกติ (มีคุณค่า) แต่อย่ามีชีวิตธรรมดา

ถัดมาที่ R คือ Real Asset หรือสินทรัพย์ที่แท้จริง หากมีโอกาสอยากแนะนำคนที่เพิ่งเรียนจบว่า สิ่งที่ต้องซื้อ คือ ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่แท้จริง และต้องผ่อนแต่ทรัพย์สินที่เพิ่มมูลค่า เพื่อเพิ่มวินัยทางการเงิน

ปิดท้ายที่ I คือ Invest หรือการลงทุน เพราะยุคนี้ถ้าไม่ลงทุนก็เหมือนคุณยืนอยู่กับที่บนบันไดเลื่อนขาลง หลายคนไม่ลงทุนเพราะมองว่ายาก เสี่ยง ทั้งที่จริงแล้วความเสี่ยงเกิดจากความไม่รู้ กำจัดได้ด้วยความรู้

"การลงทุนไม่ใช่เรื่องยากหรือง่าย แต่เป็นเรื่องจำเป็น ถ้าคิดจะเจออะไรสักอย่างอย่าถามตัวเองว่ายากหรือง่าย แต่ให้ถามตัวเองว่าจำเป็นต้องทำหรือไม่ ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ" วิสูตร ทิ้งท้าย

เหล่านี้คือเทคนิคดีๆ ที่วิสูตรปฏิบัติแล้วและแนะนำให้ผู้ที่อยากมีชีวิตดีขึ้นลองนำไปปฏิบัติดู

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69