
มีแต่ข่าวดีๆ
สมชาย สกุลสุรรัตน์พักนี้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับนักธุรกิจและนายธนาคารต่างชาติหลายคนเกี่ยวกับความเป็นไปของบ้านเมืองและเศรษฐกิจ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องพยายามชี้ให้เขาเห็นความก้าวหน้าในการฟื้นฟูบ้านเมืองของรัฐบาลไทยเท่าที่จะพอทำได้ เพราะดูเหมือนเขาสนใจที่จะหาโอกาสในการลงทุนในบ้านเรา จึงพยายามเก็บข้อมูลจากหลายๆ แห่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่เสียเวลาขอเข้ามาคุยกับคนไทยกันแค่ระดับพ้นยอดหญ้าอย่างผมเป็นแน่
สมชาย สกุลสุรรัตน์
พักนี้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับนักธุรกิจและนายธนาคารต่างชาติหลายคนเกี่ยวกับความเป็นไปของบ้านเมืองและเศรษฐกิจ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องพยายามชี้ให้เขาเห็นความก้าวหน้าในการฟื้นฟูบ้านเมืองของรัฐบาลไทยเท่าที่จะพอทำได้ เพราะดูเหมือนเขาสนใจที่จะหาโอกาสในการลงทุนในบ้านเรา จึงพยายามเก็บข้อมูลจากหลายๆ แห่ง ไม่อย่างนั้นคงไม่เสียเวลาขอเข้ามาคุยกับคนไทยกันแค่ระดับพ้นยอดหญ้าอย่างผมเป็นแน่
อย่างไรก็ตาม โชคดีที่ช่วงนี้มีข่าวดีเกี่ยวกับข้อมูลเศรษฐกิจของไทยออกมามากมาย เช่น ข่าวการปรับตัวเลขอัตราการขยายตัวของจีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้นจากตัวเลขประมาณการที่ตั้งไว้เดิมโดยพร้อมเพรียงกันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฯ และธนาคารแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาคเอกชน เช่น สถาบันการเงินต่างๆ หรือแม้แต่หน่วยงานระหว่างประเทศก็ปรับตัวเลขจีดีพีไทยขึ้นจากเดิม เช่น ธนาคารโลก ซึ่งปรับตัวเลขอัตราการขยายตัวของจีดีพีของไทยขึ้นทั้งปีนี้และปีหน้า เป็นต้น
นอกจากข่าวการปรับอัตราการขยายตัวของจีดีพี ยังมีข่าวซึ่งความจริงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยคือตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากจากตัวเลขประมาณการเดิมที่ 3.6% เพิ่มขึ้นเป็น 5.7% และคาดว่าอาจขยายตัวขึ้นไปอีกเพราะเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มเพิ่มการสต๊อกสินค้า ที่เก็บไว้ค่อนข้างน้อยในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการ ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากข่าวการส่งออก ข่าวการขยายตัวของการท่องเที่ยว คาดว่ามี นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศประมาณ 35 ล้านคน ทำรายได้ให้ประเทศมากกว่า 1.8 ล้านล้านบาท และประมาณว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นในปีหน้าอีกประมาณ 10% โดยประมาณหนึ่งในสามของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเดี๋ยวนี้ไปที่ไหนก็หนีไม่พ้น ส่วนกรุงเทพมหานครก็ได้รับโหวตให้เป็นนครแห่งการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลก แซงคู่แข่งอย่างกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ไปแล้ว
ว่ากันไปแล้วน่าจะถึงเวลาที่ไทยควรเปลี่ยนเป้าหมายการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงปริมาณมาเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพบ้าง จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งด้านรายได้และการอนุรักษ์แหล่ง ท่องเที่ยวและทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ให้ถูกทำลายทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของการท่องเที่ยวจัดว่าเป็นข่าวดีอันดับ ต้นๆ ของประเทศอย่างไม่มีข้อสงสัย ใช่ไหมครับ
ส่วนข่าวดีใหม่ล่าสุดในเชิงเศรษฐกิจน่าจะได้แก่ข่าวรัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อสภาฯ ให้ความเห็นชอบแล้ว รัฐสามารถที่จะประกาศกำหนดให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยรัฐจะดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคให้ รวมทั้งให้บริการ แบบจุดเดียวในเขตนั้น และให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผู้ประกอบการที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ กำหนด เช่น ให้นักลงทุนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ การนำคนต่างด้าวเข้ามาทำงานและ อยู่อาศัยในประเทศไทย การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากร เป็นต้น
เท่าที่ทราบ รัฐบาลหวังว่าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษและโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะสามารถทำให้เกิดการลงทุนใหม่ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ก้าวพ้นจากกับดักของความเป็นประเทศปานกลางที่ไม่สามารถแข่งขันเชิงต้นทุนกับประเทศกำลังพัฒนารายได้ต่ำ และแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมกับประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นในอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
เท่าที่ผ่านมาเมื่อคุยๆ กันมาถึงตอนนี้ ผมมักจะต้องพยายามดำน้ำก่อนจบ เพราะจะถูกตามด้วยคำถามที่ ไม่ทราบคำตอบจากแขกทุกรายคือ เท่าที่ฟังมาเขาพอทราบอยู่ (ซึ่งความจริงอาจจะทราบดีกว่า) บ้าง แต่ที่อยากทราบคือ อยากทราบว่าโครงการ ทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามารวมทั้งโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟทางคู่ความเร็วปานกลางนั้น มีกำหนดเวลาที่จะเริ่มคำเนินโครงการแน่นอนเมื่อไร จะใช้เวลาดำเนินการกี่ปี ในอนาคตเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลโครงการเหล่านี้ จะดำเนินต่อไปไหม เป็นต้น
พูดจริงๆ ครับ เมื่อถูกถามอะไรทำนองนี้ คำตอบที่พอจะตอบได้ก็ตอบ ถ้าตอบไม่ได้เพราะไม่ทราบก็ยืนยันว่า รัฐบาลมีเจตจำนงแน่วแน่ที่จะดำเนินโครงการทั้งหลายทั้งปวงที่ว่ามาให้เร็วที่สุด แม้แต่การใช้อำนาจพิเศษ มาตรา 44 เพื่อผ่าทางตันหรือความล่าช้าในระบบราชการ แต่ถ้าจะคาดคั้นกันถึงขนาดว่าจะเริ่มวันที่ไหน เสร็จเมื่อไร ยอมรับตรงๆ ว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องระดับชาติ เกินความสามารถของคนธรรมดาอย่างผมจะเข้าไปทราบลึกขนาดนั้น แต่มักจะโชคดีที่พอพูดกัน ถึงตรงนี้ บริกรจะเอากาแฟมาเสิร์ฟ จบท้ายรายการอาหารพอดี
ก่อนจะจบ ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่กรุณากำหนดวันเลือกตั้ง ที่ชัดเจนออกมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เพราะคำถามสุดท้ายทุกครั้งที่จะถูกถามจากแขกก่อนกลับตัวใครตัวมันคือ เมื่อไรจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้าผมใช้วิธีไล่ให้เขาไปดูโรดแมปของรัฐบาลเอาเอง เหตุผลคือตราบใดที่รัฐบาล ยังไม่เปลี่ยนแปลงโรดแมป ต้องถือว่ากำหนดการทุกอย่างในทางการเมืองต้องเป็นไปตามนั้น
แต่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ใครถามผมก็มีกำหนดวันเวลาที่แน่นอนบอกเขาแล้ว เพราะในกระบวนข่าวดีทั้งหมดที่พูดมารู้สึกว่าในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ เรื่องสุดท้ายจากปากของท่านนายกฯ จะเป็นข่าวดีที่สุดส่งท้ายข่าวดีทั้งหลาย ต้องขอบคุณท่านอีกครั้งครับ n







