
"สมคิด"เตรียมหางบให้บัตรคนจนเพิ่ม
"สมคิด" ระบุเตรียมหางบเพิ่มให้บัตรคนจน หลังเศรษฐกิจปีนี้แข็งแกร่งสุดใน 3 ปี ชี้จากนี้เหลือดูแลฐานรากให้แข็งแรงขึ้น
"สมคิด" ระบุเตรียมหางบเพิ่มให้บัตรคนจน หลังเศรษฐกิจปีนี้แข็งแกร่งสุดใน 3 ปี ชี้จากนี้เหลือดูแลฐานรากให้แข็งแรงขึ้น
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เศรษฐกิจมหภาค หรือมาโครอีโคโนมิก ขณะนี้ดีที่สุดแล้วเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมา เหลืออยู่อย่างเดียวคือต้องเร่งดูแลผู้มีรายได้น้อย โดยเรื่องนี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไข
สำหรับเรื่องที่จะต้องเร่งรัดซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้มีรายได้น้อย คือการเร่งขยายร้านธงฟ้าประชารัฐและการดึงร้านโชห่วยเข้ามาร่วมโครงการ เพื่อเป็นจุดกระจายสินค้าที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรผู้มีรายได้น้อย (บัตรคนจน) ซื้อได้อย่างทั่วถึง ซึ่งขณะนี้มีข้อจำกัดเนื่องจากมีธนาคารกรุงไทยเพียงรายเดียวเข้าไปติดตั้งเครื่องรูดบัตรทำให้ยังช้า แต่ภายใน 1-2 เดือน เชื่อว่าจะขยายได้ครอบคลุมขึ้น
นอกจากนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหาแนวทางเพิ่มงบประมาณเข้าไปในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้สามารถเพิ่มวงเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งอาจจะเป็นการดึงงบประมาณมาจากงบประมาณลงทุนที่ไม่ได้ใช้หรือดำเนินการไม่ทันตามกรอบเวลามาเสริม โดยตอนนี้หารือกับสำนักงบประมาณไว้แล้ว แต่ภายใต้มาตรการนี้จะต้องพัฒนาผู้ที่เข้ามารับสวัสดิการนี้ให้มีศักยภาพไปทำมาหากินสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นด้วยตนเองได้ในอนาคต
ทั้งนี้ ล่าสุดได้มอบหมายให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ให้ไปเร่งดำเนินการมาตรการดึงสินค้าชุมชนให้เข้ามาอยู่ในร้านธงฟ้าสามารถใช้บัตรสวัสดิการซื้อได้ เพราะโครงการนี้ทำให้มีความต้องการซื้อที่ชัดเจน ชุมชนสามารถผลิตสินค้าป้อนเข้ามา ซึ่งจะเป็นการลดปัญหาสินค้าชุมชนผลิตแล้วขายไม่ได้ด้วย
“นี่เป็นสวัสดิการให้คนที่เขาไม่ไหว ไม่มีทางเลือก เพราะวงเงินที่เขาไปซื้อก็ซื้อเป็นข้าว ไข่ น้ำมันพืช แต่ที่ต้องดำเนินการในระยะยาวควบคู่กันคือการฝึกอบรมให้เขามีความสามารถไปสร้างรายได้เองได้เพิ่มขึ้น” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า ส่วนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศขณะนี้ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง โดยปลายเดือน ต.ค.นี้ ต้องติดตามประกาศอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) โดยธนาคารโลกว่าจะปรับอันดับไทยดีขึ้นหรือไม่ หลังจากสถาบันต่างๆ ได้ปรับอันดับความสามารถแข่งขันของไทยดีขึ้นไปแล้ว
“จีดีพีไตรมาส 3 จะดีแน่นอน เพราะเครื่องชี้เศรษฐกิจหลายตัวออกมาดี และไตรมาส 4 ก็มีแนวโน้มที่ดี เห็นได้จากตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มขยับ ซึ่งลักษณะนี้จะทำให้ครึ่งปีหลังจะเป็นแรงส่งที่สำคัญให้เศรษฐกิจปี 2561” นายสมคิด กล่าว
ขณะที่ประเด็นภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ประกาศช่วงเวลาจะเลือกตั้งชัดเจนขึ้น นายสมคิด กล่าวว่า ระยะต่อไปจะเร่งรัดนโยบายที่ออกมาให้เกิดการขับเคลื่อนและเห็นผลออกมาก่อนเลือกตั้ง รัฐวิสาหกิจต่างๆ เรื่องอะไรหลักๆ ต้องทำ จะเข้าไปกำชับให้ออกมาให้ได้ เช่น กรณีการบินไทยจะต้องอาศัยช่วงเวลานี้ หลังจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ปลดธงแดงประเทศไทย และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยกว่าปีละ 32 ล้านคน ปรับปรุงโครงสร้างการทำงาน และทำการตลาดใหม่สร้างศักยภาพแข่งขันให้องค์กร
ด้านภาคเอกชน นายมิลินทร์ วีระรัตนโรจน์ รองประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ ค้าส่งรายใหญ่ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีการซื้อเพิ่ม 20% จากวงเงิน 300 บาท ทำให้ธุรกิจคึกคัก







