
เรากับเส้นทางชีวิต : ใครสร้างใคร
นอกเหนือจากงานกระบวนการฝึกอบรมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้บทบาทอาชีพอีกลักษณะคือ
โดย ชัยยศ จิรพฤกษ์ภิญโญเครือข่ายพุทธิกา budnet.org
นอกเหนือจากงานกระบวนการฝึกอบรมเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้บทบาทอาชีพอีกลักษณะคือ การทำงานเป็นผู้ให้คำปรึกษาเพื่อเยียวยาคลี่คลายความทุกข์ในจิตใจในสัมพันธภาพการงานรวมถึงการดำเนินชีวิตให้กับผู้รับบริการ ผู้เขียนพบว่าความทุกข์ใจมักเนื่องมาจากเรื่องราวปมชีวิตในอดีตที่ตกค้างและส่งผลอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน อาจเป็นปมชีวิตเมื่อวัยเด็กและแม้เติบโตเป็นผู้ใหญ่พลังของผลกระทบก็ยังตกค้างและหลอกหลอนชีวิตความทุกข์ใจจากความเจ็บปวดจากความผิดหวังในสัมพันธภาพในการสูญเสียสิ่งสำคัญสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตความทุกข์ใจจากความสับสนในชีวิตความรู้สึกต่างๆ ที่หมักหมมในจิตใจ
ในแง่หนึ่งความทุกข์ใจเหล่านี้คือโอกาสที่สะท้อนบอกเล่าว่า ในความเป็นตัวเราที่เป็นอยู่และเผชิญความทุกข์ใจเช่นนี้กำลังต้องการการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่ความเป็นตัวเราที่มีการเติบโต มีความสามารถในการรับมือกับความทุกข์ใจในทางที่สร้างสรรค์มากกว่าสามารถก้าวข้ามความทุกข์ใจหรือแปรเปลี่ยนความทุกข์ใจนั้นให้กลายเป็นบทเรียนเป็นขุมทรัพย์ชีวิตได้
ดังนั้น การเติบโตจึงหมายถึงเราได้สลายตัวตนเดิมเพื่อแปรเปลี่ยนไปสู่ตัวตนใหม่ที่มีคุณภาพมากกว่าเดิม และตัวตนใหม่ที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและความเป็นไปรอบตัวแต่การเติบโตไม่ใช่เรื่องง่ายเราทุกคนมักชอบและพอใจกับสภาพความคุ้นเคยเดิมๆ เมื่อต้องเปลี่ยนแปลงเพราะมีตัวแปรหรือปัจจัยกดดันรบกวนชีวิตและรุนแรงจนต้องดิ้นรนปรับตัวเพื่อสร้างสภาพใหม่การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้น
คนจำนวนมากดำเนินชีวิตตามเส้นทางที่วิ่งไปตามกระแสสังคมขับเคลื่อนและตัดสินใจดำเนินชีวิตไปตามความคาดหวังของคนอื่น ซึ่งก็อาจเป็นพ่อแม่ครอบครัวค่านิยมของสังคมหลายคนเลือกทำสิ่งที่สร้างความชอบใจให้คนสำคัญรอบตัวเพราะมองว่านั่นคือความสุข นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรามีคุณค่าความหมายชีวิตแต่เส้นทางนั้นเราอาจไม่ได้ซื่อตรงสอดคล้องกับความเป็นตัวเราที่แท้ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือความเครียดอึดอัดคับข้องแปลกแยกกับตนเองทางออกของหลายคนคือการหาทางระบายความคับข้องนั้นด้วยวิธีการต่างๆ
นอกเหนือจากชีวิตโลกภายนอกที่เราต้องดำรงชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัย โลกภายในที่ประกอบด้วยความรู้สึกนึกคิดคือโลกอีกใบหนึ่งที่อาศัยอยู่ด้วยเป็นโลกที่กำกับเส้นทางชีวิตผ่านความรู้สึกต่างๆ ระบบคุณค่าความเชื่อทัศนคติความคาดหวังความปรารถนาโลกภายในนี้เองที่กำกับสายตาที่เรามองโลกภายนอกกำกับการให้ความหมายกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าหรือรับรู้ ดังนั้นยามเมื่อเราพบพานเหตุการณ์ใดๆ รับรู้คำพูดใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าคำพูดหรือเหตุการณ์นั้นเป็นอะไรอย่างไรคำถามสำคัญคือเหตุการณ์นั้นมีความหมายต่อตัวเราอย่างไรเราตีความหมายเหตุการณ์นั้นอย่างไร การตีความหมายหรือการให้ความหมายของเรานี่เองที่เป็นต้นเหตุต้นกำเนิดความรู้สึกต่างๆ ในจิตใจความรู้สึกจึงเป็นข่าวสารที่บอกถึงความปรารถนาบางอย่างในตัวเราดังเช่น
ความรู้สึกโกรธบอกถึงความต้องการความคาดหวังความปรารถนาบางอย่างที่เราไม่ได้บอกถึงความเชื่อว่าเราคู่ควรหรือสมควรได้บางสิ่ง แต่เราพบว่าในความเป็นจริงเราไม่ได้สิ่งนั้นเรามีมุมมองความเชื่อความรู้สึกคิดนึกบางอย่าง แต่สิ่งเหล่านี้ถูกกระทบถูกแทรกแซงรบกวนโดยที่เราไม่ยินดีความโกรธจึงปรากฏตัวอาจเป็นในรูปความหงุดหงิดรำคาญและอาจใหญ่โตกลายเป็นความขุ่นเคืองโกรธแค้นตามระดับความรุนแรง
ความผิดหวังคือ ความรู้สึกที่บอกเล่าถึงภาวะที่เรามุ่งมั่นปรารถนาและพยายามเพื่อผลลัพธ์บางอย่าง แต่ความพยายามนั้นสูญเปล่าไร้ความหมายไร้ผลตอบสนอง ซึ่งเราไม่สามารถรู้ผลลัพธ์ความสูญเปล่าเช่นนี้ได้ หรือความรู้สึกกังวลกระวนกระวายบอกข่าวสารสำคัญว่าเรากำลังสูญเสียภาวะความคุ้นเคยบางอย่างที่เรามีและกำลังเผชิญกับอนาคตหรือภาวะที่ไม่คุ้นเคยไม่รู้จักไม่เข้าใจ และนั่นสร้างความกังวลอึดอัดจากการต้องเผชิญสิ่งที่ไม่รู้จัก
เกิดอะไรขึ้นเมื่อเราเพิกเฉยไม่เรียนรู้ตนเอง ไม่เรียนรู้ความรู้สึกที่โลกภายในสื่อสารความคุ้นเคยเดิมๆ ผ่านแบบแผนชีวิตเดิมๆ ก็จะทำงานหาความสุขไปตามช่องทาง หรือประสบการณ์ที่มีอยู่กับสภาพความคุ้นเคยเดิมๆ นั้นต่อไป จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตมาเยือนและให้เราจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้เรียนรู้อะไร ในขณะที่หากเราเลือกเส้นทางที่ต่างออกไปด้วยการหันมาใส่ใจศึกษาเรียนรู้ตนเอง ทำความเข้าใจเรียนรู้กับโลกภายในเราอาจพบว่าเราสามารถสร้างเส้นทางชีวิตที่ต่างไปจากเดิมจากการได้เข้าใจและซื่อตรงกับตนเอง
ดร.จอห์น ไอโซ ผู้เขียนหนังสือ "ความลับ 5 ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย" ได้ชี้ว่าความลับสำคัญของการมีชีวิตก่อนที่จะจากโลกนี้ 5 ข้อ คือ 1) ซื่อตรงกับตนเองด้วยการค้นหาตัวตนเพื่อค้นพบและซื่อสัตย์กับตนเองกับสิ่งที่อยู่ในจิตใจ 2) อย่าปล่อยให้เสียดาย 3) มีชีวิตด้วยความรัก 4) อยู่กับปัจจุบัน และ 5) ให้มากกว่ารับ
ความลับทั้ง 5 ข้อนี้มาจากการวิจัยสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ ซึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตและค้นพบว่า 5 ข้อข้างต้นนี้ คือสิ่งปรารถนาที่พวกเขาต้องการใส่ใจเห็นคุณค่าและลงมือกระทำกับชีวิตก่อนที่จะจากโลกนี้เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ที่จะซื่อตรงกับตนเอง หมายถึงการค้นหาความเป็นตัวเรา เพื่อดำเนินชีวิตตามเส้นทางที่ซื่อสัตย์กับตนเองไม่ใช่เพื่อความคาดหวังของคนอื่นจนสูญเสียตนเองพร้อมกับโอกาสที่เข้ามาในชีวิตผ่านมาแล้วผ่านไป ดังนั้นความลับเรื่องอย่าปล่อยให้เสียดายก็เพื่อให้ประสบการณ์ในโลกนี้เราได้สัมผัสความสุข ความมีชีวิตชีวาความรื่นรมย์ของโลกใบนี้
การมีชีวิตอยู่ด้วยความรักและอยู่กับปัจจุบัน คือความลับสำคัญอีกลักษณะที่หลายชีวิตไม่ทราบหลายชีวิตเลือกจมจ่อมกับความโกรธแค้น ความผิดหวัง หลายคนมีชีวิตกับอดีต กังวลกับอนาคตจนหลงลืมชีวิตปัจจุบัน ในฐานะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่นี่และเดี๋ยวนี้ที่เรามีชีวิตจริง ความลับสุดท้ายคือให้มากกว่ารับ คือความที่เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าอาจจะเริ่มที่ครอบครัวชุมชน สังคม ประเทศ วัฒนธรรม ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ โอบอุ้มตัวเราและเอื้อเฟื้อแบ่งปันกับทุกชีวิต การให้มากกว่ารับก็เพื่อเป็นหนทางดูแลโลกที่โอบอุ้มบำรุงหล่อเลี้ยงสิ่งที่ยิ่งกว่าตัวเรา
เรากับเส้นทางชีวิต คือสิ่งที่ดำเนินไปด้วยกันในวัยทารกเด็กเล็กเราต้องพึ่งพาคนอื่นอาศัยเส้นทางมาช่วยประคองชีวิต พร้อมกับเมื่อเราเติบโตเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการสร้างเส้นทางชีวิตใหม่เองหรือเลือกใช้เส้นทางเดิมๆ ที่มีมาอยู่แล้วเช่นเดียวกับเราเลือกเส้นทางดำเนินชีวิตตามความลับทั้ง 5 ข้อ เพื่อเติบโตจากความทุกข์และเป็นคนใหม่ที่เติบโตมีคุณภาพมากขึ้นและมากขึ้น
ภารกิจของเราคือการสร้างตัวตนชีวิตใหม่ที่เติบโตจากตัวตนชีวิตเดิมๆ เพื่อเดินทางสู่เส้นทางชีวิตที่ไปสู่การเติบโตทางจิตใจอิสระจากความทุกข์ใจได้เรื่อยๆ







