posttoday
ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเมินตราสารหนี้ไทย

ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเมินตราสารหนี้ไทย

28 กันยายน 2553

บลจ.อเบอร์ดีน เผยผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเมินตราสารหนี้ไทย แต่เงินไหลเข้าแค่เป็นเรื่องจำเป็น กลัวผลตอบแทนแพ้ดัชนี

บลจ.อเบอร์ดีน เผยผู้จัดการกองทุนทั่วโลกเมินตราสารหนี้ไทย แต่เงินไหลเข้าแค่เป็นเรื่องจำเป็น กลัวผลตอบแทนแพ้ดัชนี

นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าตราสารหนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน กล่าวว่า ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลกให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยต่ำกว่าดัชนีมาตรฐาน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบ 0.5% โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.8% ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 3.3%

อย่างไรก็ตาม นายพงค์ธาริน กล่าวว่า แม้ว่า อัตราผลตอบแทนของตลาดตราสารหนี้ไทยจะไม่จูงใจผู้จัดการกองทุน เท่ากับตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ แต่ผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้บางกองทุนที่วัดผลการดำเนินงานเทียบกับดัชนีมาตรฐานกองทุนตราสารหนี้ในสกุลเงินท้องถิ่นยังจำเป็นต้องลงทุนในประเทศไทย เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนออกมาใกล้เคียงกับดัชนีมาตรฐาน

“ตัวอย่างกองทุนของอเบอร์ดีนในประเทศอังกฤษ ที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลก จำเป็นต้องลงทุนในประเทศไทย เพราะตลาดตราสารหนี้ไทยมีสัดส่วนในดัชนีมาตรฐานประมาณ 10% แต่กองทุนนี้ลงทุนอยู่เพียง 3% เท่านั้น เช่นเดียวกับเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามา ที่มองกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยหลัก นอกจากนี้ หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย จะเห็นว่า นักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้อยู่ถึง 20% แต่ประเทศไทยยังมีสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติไม่ถึง 5%” นายพงค์ธาริน กล่าว

นายพงค์ธาริน จึงคาดว่า เงินลงทุนจากต่างชาติจะยังไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เข้ามาแล้วประมาณ 1.1 แสนล้านบาทในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เพราะนักลงทุนทั่วโลกวิ่งเข้าตลาดตราสารหนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่า และหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการออกมาดูแล โดยพุ่งเป้าหมายไปที่ตลาดตราสารหนี้ มากกว่าตลาดหุ้น 

พร้อมกันนี้ นางพงค์ธาริน ยังกล่าวถึง กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อีเมอร์จิ้ง ออพพอร์ทูนิตี้ส์ บอนด์ ฟันด์ ที่ลงทุนในกองทุนรวม อเบอร์ดีน โกลบอล – อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต บอนด์ ฟันด์ ซึ่งมีนโยบายลงทุนตราสารหนี้ของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 50% ของผลตอบแทนของกองทุน ขณะที่ผลตอบแทนของตราสารหนี้จะได้มากกว่าพันธบัตรสหรัฐอเมริกา 2.5%  

“ในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า ค่าเงินประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะยังแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า ในอีก 18 เดือนข้างหน้า ค่าเงินบาทจะลงไปต่ำกว่า 30 บาท/เหรียญสหรัฐ” นายพงค์ธาริน กล่าว

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่