
ลงทุนเทคโนโลยี
หลังจากเปิดดำเนินธุรกิจบริการจัดการหลังบ้านของธุรกิจออนไลน์
โดย รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
หลังจากเปิดดำเนินธุรกิจบริการจัดการหลังบ้านของธุรกิจออนไลน์ (Fulfilment) ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคลังสินค้า แพ็กสินค้า และส่งสินค้า มาร่วม 1 ปี บริษัทจึงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจใหม่ โดยใช้องค์ความรู้และการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ
พิมพ์ฐดา สหัชอติเรกลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม เอาท์เลต เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจบริหารหลังบ้านของธุรกิจออนไลน์ เนื่องจากแนวโน้มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซมูลค่า 2.4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในโซเชียลคอมเมิร์ซมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเมื่อธุรกิจของลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายเล็กเติบโตจนไม่สามารถบริหารระบบงานหลังบ้านได้นั้น จึงต้องการตัวช่วยเข้ามาเสริม กระทั่งปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี 300 ราย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปสู่องค์กรใหญ่ในกลุ่มค้าปลีกที่ดำเนินธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเร็วๆ นี้จะเซ็นสัญญา รวมทั้งการให้บริการกับลูกค้ามาร์เก็ตเพลส และในช่วงปลายปีเปิดบริการจัดส่งกระเช้าของขวัญปีใหม่ พร้อมมีบริการให้พนักงานจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าในชุดยูนิฟอร์มของสยาม เอาท์เลต ซึ่งไอเดียการแตกธุรกิจ มาจากการธุรกิจที่ต้องใช้ระบบหลังบ้าน การแพ็กสินค้า และบริการจัดส่งเหมือนกับเรา
"กลยุทธ์ที่สำคัญของธุรกิจนี้ คือ ซอฟต์แวร์ที่เชื่อมโยงระบบจากมาร์เก็ตเพลส โซเชียลคอมเมิร์ซมาสู่สยาม เอาท์เลต ซึ่งจากนี้ทุกอย่างต้องเป็นระบบออโตเมชั่นทั้งหมด ขณะนี้เริ่มทดลองให้บริการระบบ 'สมุดจดออร์เดอร์' ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ขายของ ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ไปบ้างแล้ว และจะสามารถเปิดให้บริการระบบ 'สมุดจดออร์เดอร์' เต็มรูปแบบในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เพื่อให้บริการมีความแม่นยำยิ่งขึ้น ลดความผิดพลาด"
พิมพ์ฐดา กล่าวว่า หัวใจการทำธุรกิจในยุคนี้ เทคโนโลยีที่ต้องเชื่อมโยงกับระบบการบริหารจัดการ และยังต้องเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งพบว่าคนไทยส่วนใหญ่เมื่อสั่งซื้อสินค้าทางอี-คอมเมิร์ซจะเก็บเงินปลายทาง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ซึ่งสยาม เอาท์เลต ก็มีบริการดังกล่าวรองรับกับผู้ประกอบการที่มาใช้บริการ โดยบริษัทจะดีลธุรกิจกับโลจิสติกส์ให้บริการ จากนั้นเราจะเคลียร์เงินให้ผู้ประกอบการในลักษณะวันต่อวัน
อย่างไรก็ตาม หากจะทำธุรกิจบริการจัดการหลังบ้านของธุรกิจออนไลน์ โจทย์ที่ธุรกิจนี้ต้องตีให้แตก คือ การบริการที่รวดเร็ว เราสามารถแพ็กสินค้าแล้วจัดส่งถึงมือลูกค้าภายในหนึ่งวันผ่านอัลฟ่าโลจิสติกส์ที่ให้บริการดังกล่าวกับสยาม เอาท์เลตเพียงรายเดียว การออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็ต้องสอดคล้องกับขนาดสินค้ามากที่สุด เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งลดความเสี่ยงสินค้าเสียหาย
นอกจากนี้ เตรียมทุ่มงบ 10 ล้านบาท ขยายพื้นที่คลังสินค้าจาก 1,000 ตร.ม. เพิ่มเป็น 3,600 ตร.ม. ที่พระราม 3 เพื่อรองรับกับความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการอี-คอมเมิร์ซที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งสยาม เอาท์เลต รับบริการลูกค้าตั้งแต่ 20 กล่องขึ้นไป พื้นที่เช่าคลังสินค้า 200 บาท/วัน ค่าจัดส่งเริ่มต้น 13 บาท/กล่อง สำหรับในปีแรกที่บริษัทดำเนินธุรกิจมีรายได้ราว 10 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เติบโตก้าวกระโดดถึง 454% และวางเป้าหมายทั้งปีบริษัทเติบโต 600%
ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่เติบโต ผู้ประกอบการเริ่มมองเห็นโอกาสในธุรกิจดังกล่าว อย่าง เซ็นทรัล กรุ๊ป ก็เตรียมเปิดธุรกิจ รวมทั้งเทพช็อป แน่นอนว่าเราเตรียมความพร้อมรับมือทั้งการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี การปรับตัวต้องไว สยาม เอาท์เลต ไม่ได้เป็นปลาเล็กที่ต้องกินปลาใหญ่ แต่มั่นใจว่าด้วยความโดดเด่นของสยาม เอาท์เลต ที่เข้าใจทั้งพฤติกรรมของ ผู้ซื้อและเข้าใจการแข่งขันอี-คอมเมิร์ซ จะทำให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ







