
อะไรคือจุดขายของเรา (จบ)
เกรียงไกร กาญจนะโภคินผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ
เกรียงไกร กาญจนะโภคินผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ
สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เล่าถึงการได้เข้าไปร่วมงาน International Recognized Exhibition Expo 2017 Astana ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน หรือ "อัสตานา เอ็กซ์โป 2017" (Astana Expo 2017) ว่าศาลาไทยเป็นศาลาที่มีการแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุดไปแล้ว สัปดาห์นี้จึงอยากจะขอนำเสนอเกี่ยวกับจุดเด่นของศาลาไทย
สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้มากมายจากงานนี้ก็คือ การที่เราเลือกที่จะนำเสนอสิ่งที่เราต่างจากคนอื่น มากกว่าการที่เราจะพยายามให้เหมือนคนอื่น ผมยอมรับว่าศาลาเราอาจจะไม่ได้ดูหรูหรา ไฮเทค เหมือนศาลาอื่น การออกแบบก็ไม่ได้ดูล้ำอะไร เพราะธีมคือ พลังงานแห่งอนาคต (Future Energy)
จากธีมงานดังกล่าวเราจึงคาดได้ว่าทุกพาวิลเลียนจะออกแบบมาไฮเทคแน่นอน ซึ่งเราเองไม่ได้มีเงินมาสู้กับชาติอื่น แต่เราเลือกที่จะโดดเด่นด้วยความเป็นตัวของตัวเอง เราต้องยอมรับว่า เราเป็นประเทศที่ร่ำรวยวัฒนธรรม ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เรามีธรรมชาติที่สวยงาม และที่สำคัญที่สุด คือ เรามีคนไทยที่มี ฮอสพิทอลิตี้ (Hospitality) มีรอยยิ้ม มีความสามารถ มีการผสมกลมกลืนกับคนชาติอื่นได้เป็นอย่างดี นั่นแหละครับ คือ จุดขายของเรา
งานนี้ผมเข้าใจมากขึ้นเลยว่า "คนไทย" คือจุดขายของประเทศไทย มันเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนทั้งโลกอยากมาเมืองไทย มาแล้วก็อยากมาอีก และที่เหนือกว่านั้นคือ ความเป็นไทยคนอื่นลอกเลียนแบบไม่ได้ มันมาจากการบ่มเพาะ จากวัฒนธรรมไทย จากรุ่นสู่รุ่น
ผมยิ่งทำงานในต่างประเทศมากเพียงใด ผมก็เรียนรู้ถึงความต่างของคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละครับ คือเสน่ห์ของความเป็นไทย สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านผู้อ่านก็คือ การที่เรารู้ว่าอะไรคือจุดขายของเรา ก็นำจุดนั้นมาเป็นจุดขาย เติมความคิดสร้างสรรค์เข้าไป อย่างสตาฟฟ์ของศาลาไทยครั้งนี้เราโดดเด่นด้วยเครื่องแบบ โดดเด่นด้วยกิจกรรมที่เน้นการเข้าร่วม ไม่เฉพาะผู้ชมเท่านั้น แต่ยังไปไกลถึงพาวิลเลียนประเทศอื่นๆ อีกด้วย จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราประสบความสำเร็จครับ







