posttoday
เปิดแผน 3 ปี มุ่งสู่บิ๊กดาต้า ไอโอที

เปิดแผน 3 ปี มุ่งสู่บิ๊กดาต้า ไอโอที

04 ตุลาคม 2560

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการ ระยะ 3 ปี สนับสนุนภาครัฐ เอกชน เตรียมความพร้อมใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing ในอนาคต สอดรับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการ ระยะ 3 ปี สนับสนุนภาครัฐ เอกชน เตรียมความพร้อมใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing ในอนาคต สอดรับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 5/2560 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการครั้งนี้มีมติเห็นชอบในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องสำคัญๆ คือ การเห็นชอบในหลักการของร่างแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2561-2563) พร้อมการจัดลำดับความสำคัญของร่างแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมีการดำเนินการ ตามที่คณะอนุกรรมการนโยบายและผลกระทบเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นำเสนอและมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธอ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ พิจารณาดำเนินการในส่วนขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดของแต่ละคณะอนุกรรมการต่อไป

สำหรับกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการระยะ 3 ปี ประกอบด้วย 1.การอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้าของไทยและรองรับการแข่งขันในเวทีโลก 2.พัฒนาการเชื่อมโยงมาตรฐานข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ 3.พัฒนาและปรับปรุงกฎหมาย ประกาศ และมาตรการที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 4.เตรียมความพร้อมสำหรับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (การใช้งาน Big Data, IoT และ Cloud Computing) 5.ปรับเปลี่ยนการทำงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนยอมรับการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 6.สนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (Open Data) 7.ส่งเสริมให้เกิดแพลตฟอร์มบริการพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นหรือบริการรูปแบบใหม่ และ 8.สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนั้น คณะกรรมการยังได้มีมติเห็นชอบอีก 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เห็นชอบการออกใบอนุญาตให้บริษัท วีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ประกอบธุรกิจบริการ e-Payment ในประเทศไทย โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการอนุมัติและต้องให้บริการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ซึ่งต้องมีหนังสือแจ้งไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ทั้งนี้ บริษัท วีซ่าฯ ได้ยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจบริการประเภทบัญชี ค. (1) คือ ธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ การให้บริการหักบัญชี (Clearing) และบัญชี ค. (4) คือ ธุรกิจบริการที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนให้บริการ การให้บริการสวิตชิ่งในการชำระเงินหลายระบบ (Transaction Switching) เพื่อจะให้บริการเครือข่ายระบบการชำระเงินในประเทศสำหรับบัตรเดบิต ภายใต้แบรนด์ "Visa" แก่สมาชิกทั้งที่เป็นธนาคาร (Bank) และไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) โดยรองรับการทำรายการชำระเงินด้วยบัตรเดบิตที่ใช้มาตรฐานชิปการ์ดกลางของไทย ผ่านช่องทางเครื่องรูดบัตร (EDC) และช่องทางออนไลน์ (ธุรกรรม e-Commerce)

2.เห็นชอบแนวนโยบายและแนวปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานภาครัฐ 10 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักงานอัยการสูงสุด กรมราชทัณฑ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน องค์การคลังสินค้า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และกองทัพบก ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัยมาก่อนแล้ว โดยเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ ต้องจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจึงจะมีผลใช้บังคับได้ ซึ่งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการความมั่นคงปลอดภัย ทำหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนส่งให้คณะกรรมการพิจารณา ปัจจุบันคณะกรรมการให้ความเห็นชอบไปแล้วทั้งสิ้น 140 หน่วยงาน

3.เห็นชอบแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เนื่องจากได้ผ่านการพิจารณาของฝ่ายเลขานุการฯ ตามหลักเกณฑ์การตรวจพิจารณาแนวนโยบายและแนวปฏิบัติ ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ พ.ศ. 2549 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่มีการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ ที่มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล (ของผู้ใช้บริการ) ต้องจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจึงจะมีผลใช้บังคับได้ ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบในกรณีดังกล่าวไปแล้วทั้งสิ้น 10 หน่วยงาน

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการข้างต้นมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเป็นไปตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล n

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม