
เลือกตั้งให้เชื่อมั่น
ผลตอบรับเชิงบวกกับความชัดเจนทางการเมือง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แถลงกำหนดวันเลือกตั้ง โดยเตรียมที่จะประกาศวันเลือกตั้งเดือน มิ.ย. 2561 พร้อมคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 ความชัดเจนที่มากขึ้นว่าจะเป็นไปตามโรดแมปล่าสุดดังกล่าว ทำให้การตอบรับทางการเมืองและเศรษฐกิจคึกคักขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้หากจะต้องมีการเลื่อนเลือกตั้งเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้น เหตุผลที่จะเลื่อนคงต้องหนักแน่นชนิดที่สุดวิสัย ไม่ใช่แค่ขัดข้องทางเทคนิค ไม่เช่นนั้นรัฐบาลน่าจะรับมือความปั่นป่วนไม่ไหวแน่
ผลตอบรับเชิงบวกกับความชัดเจนทางการเมือง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. แถลงกำหนดวันเลือกตั้ง โดยเตรียมที่จะประกาศวันเลือกตั้งเดือน มิ.ย. 2561 พร้อมคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561 ความชัดเจนที่มากขึ้นว่าจะเป็นไปตามโรดแมปล่าสุดดังกล่าว ทำให้การตอบรับทางการเมืองและเศรษฐกิจคึกคักขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้หากจะต้องมีการเลื่อนเลือกตั้งเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้น เหตุผลที่จะเลื่อนคงต้องหนักแน่นชนิดที่สุดวิสัย ไม่ใช่แค่ขัดข้องทางเทคนิค ไม่เช่นนั้นรัฐบาลน่าจะรับมือความปั่นป่วนไม่ไหวแน่
ทั้งนี้ เห็นได้จากผลตอบรับจากความชัดเจนของรัฐบาลดังกล่าว ทางการเมืองส่วนใหญ่ก็ขอบคุณ สนับสนุน แม้จะมีเรื่องที่ยังต้องตาม ลุ้นกฎหมายลูกอีก 2 ฉบับจาก 10 ฉบับที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งจะมีขั้นตอนการพิจารณาตามกรอบ 3 เดือน จากนั้นเป็นขั้นตอนธุรการอีก 3 เดือน จะลงล็อกเดือน มิ.ย. 2561 จากนั้นใช้เวลา 150 วัน ตรงกับเดือน พ.ย. 2561 ที่จะเลือกตั้ง ว่าจะเป็นไปตามโรดแมปหรือไม่ หรือจะขัดข้องทางเทคนิคเกิดความปั่นป่วนขึ้นมา
ขณะที่ภาคเศรษฐกิจเอง ตัวดัชนีที่อ่อนไหวสะท้อนเรื่องต่างๆ ได้เร็วสุดอย่างตลาดหุ้น ก็มีการตอบรับที่ดีเกินคาด ดัชนีพุ่งทะลุแนวต้าน ต่อเนื่องติดต่อกัน จากวันที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์แถลงการเลือกตั้งชัด หุ้นไทยขึ้นไปถึง 14.73 จุด ปิดตลาดหุ้นที่ 1,706.95 จุด และวันที่สองหุ้นไทยยังขึ้นต่อเนื่องอีก 7.19 จุด ปิดตลาดหุ้นที่ 1,714 จุด หลังจากที่ยื้อมานานว่าตลาดหุ้นไทยปีนี้จะผ่าน 1,680 จุดได้หรือไม่
เช่นเดียวกับภาคเศรษฐกิจแท้จริง ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า และภาคบริการ เกือบทั้งหมดต่างเห็นว่าการที่นายกรัฐมนตรีแถลงกำหนดการเลือกตั้งที่ชัดเจนขึ้น มีส่วนทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ความเชื่อมั่นมากขึ้น มีการเจรจาร่วมลงทุน การสั่งซื้อสินค้า การจองที่จัดงาน ที่ท่องเที่ยว หรือการร่วมมือทางธุรกิจต่างๆ คืบหน้ามากขึ้นกว่าที่ยังไม่มีความชัดเจนเลือกตั้ง ซึ่งได้ช่วยให้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศโตได้เพิ่มเติมจากปัจจัยอื่นที่ดี เช่น การส่งออกของไทยที่ดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นมาต่อเนื่องหลายเดือน เสริมกับที่ผ่านมาที่ภาคท่องเที่ยวกับการใช้จ่ายภาครัฐเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้หลายฝ่ายเตรียมปรับคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้ว่าอาจจะดีกว่าที่ปรับขึ้นไปแล้วโต 3.6-4%
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงบวกที่หนุนส่งทั้งหมด หากจะต้องมีการเลื่อนหรือขยับการเลือกตั้งออกไปอีกจากที่รัฐบาลเคยมีการเลื่อนมาแล้ว ก็ควรเป็นเหตุที่สุดวิสัยที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้ อย่าต้องให้มีการเสียสัตย์เพื่อชาติหรือปัญหาทางเทคนิคการเมืองในรูปแบบต่างๆ อย่างที่หลายฝ่ายยังคงจับตาอยู่ เพราะไม่เช่นนั้นแรงบวกที่เกิดขึ้นหนุนส่งกันเป็นโมเมนตัมใหญ่ ก็จะกระแทกย้อนกลับไปเป็นผลลบหลายเท่าที่รัฐบาลไม่มีทางรับผลสะท้อนกลับไหว
เมื่อที่ผ่านมากงล้อประวัติศาสตร์เคยสอนบทเรียนให้กับประเทศไทยมาแล้วหลายครั้ง มาครั้งนี้ก็หวังว่าผู้มีอำนาจจะพัฒนาขึ้น เพื่อไม่ให้ชาติต้องจ่ายต้นทุนทางประชาธิปไตยที่แพงเกินไป เสียโอกาสมาเป็นทศวรรษเหมือนที่ผ่านมา ครั้งนี้จึงถึงเวลารวมพลังดันไทยให้เติบโต ไม่ต้องเป็นคนป่วยแห่งอาเซียนที่เศรษฐกิจเติบโตอยู่ในอันดับท้ายๆ ของกลุ่ม งานนี้ต้องห้ามเบี้ยวเด็ดขาด n







