posttoday
โซเฟียร์นักธุรกิจหญิงแกร่งแห่งกัมพูชา

โซเฟียร์นักธุรกิจหญิงแกร่งแห่งกัมพูชา

09 ตุลาคม 2560

โซเฟียร์ หรือ สเรียท มอม โซเฟียร์ (Sreat Mom Sophear) กรรมการ บริษัท โซฟียา คอร์เปอเรชั่น (Sophiya Corporation) ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกัมพูชา

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

โซเฟียร์ หรือ สเรียท มอม โซเฟียร์ (Sreat Mom Sophear) กรรมการ บริษัท โซฟียา คอร์เปอเรชั่น (Sophiya Corporation) ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกัมพูชา ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจทัวร์และการเดินทาง ธุรกิจสปา และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเธอได้เปิดเผยประสบการณ์ผ่านสำนักข่าวท้องถิ่นพนมเปญโพสต์ดังนี้

จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจของโซเฟียร์มาจากความต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยก่อนหน้าได้ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินระหว่างปี 2545-2548 หลังจากนั้นตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจในปี 2548 ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีความรู้กว้างขวางในด้านการทำธุรกิจ “ฉันต้องการมีธุรกิจของตัวเอง ดังนั้นจึงได้จัดตั้ง โซฟียา ทราเวล แอนด์ ทัวร์” โซเฟียร์ กล่าว

ขณะที่การเริ่มธุรกิจในครั้งนั้นมีเงินทุนเพียง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ เธอฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการกว่าจะก้าวสู่หนึ่งในนักธุรกิจหญิงกัมพูชาที่ประสบความสำเร็จ โดย โซฟียา ทราเวล แอนด์ ทัวร์ ธุรกิจทัวร์และการเดินทางเริ่มติดตลาดในปี 2551 โซเฟียร์จึงตัดสินใจเพิ่มจำนวนพนักงานจาก 3 คน เป็น 10 คน จากความสำเร็จของธุรกิจแรกนำไปสู่การขยายธุรกิจที่ 2 คือ ยู แอนด์ มี

สปาร์ (U & Me Spa) ธุรกิจสปา ซึ่งปัจจุบันมี 3 สาขา เติบโตตามความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ เมื่อสองธุรกิจได้รับการตอบรับที่ดี ในปี 2555 โซเฟียร์ตัดสินใจขยายไลน์ธุรกิจอีกครั้ง เธอจัดตั้ง โซฟียา โฮม (Sophiya Home) ธุรกิจจัดหาเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านและโรงแรม เมื่อธุรกิจหลากหลายมากขึ้นนำไปสู่การจัดตั้ง บริษัท

โซฟียา คอร์เปอเรชั่น เพื่อดูแลธุรกิจในเครือทั้ง 3 กิจการ ให้สามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น

สำหรับสิ่งที่ท้าทายในการขยายธุรกิจ โซเฟียร์ บอกว่า เมื่อคนมากขึ้น ปัญหาก็มากขึ้น รวมถึงปัญหาด้านภาระหนี้สิน เนื่องจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ซึ่งต้องสำรองเงินก่อนที่ลูกค้าจะชำระ โดยหากไม่สามารถปรับสมดุลของกระแสเงินสดได้ธุรกิจจะเสี่ยงต่อการล้มละลาย นอกจากนี้ การสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทเป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้ลูกค้าเชื่อถือในสินค้าและบริการของบริษัท

นอกเหนือจากนี้ เธอได้เปิดเผยถึงการเผชิญกับมุมมองคนภายนอกที่มีแก่ผู้บริหารหญิงว่า คนส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้ชายทำงานได้ดีกว่าผู้หญิง โดยเฉพาะการเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ รวมถึงวัฒนธรรมการทำงานของผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกัน อีกทั้งความเชื่อมั่นในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ซึ่งธนาคารจะพิจารณาธุรกิจในระยะยาว

ขณะที่ผู้หญิงมีภาระหลายด้าน เช่น การดูแลบุตร ซึ่งอาจส่งผลต่อธุรกิจ ธนาคารจึงมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ถึงอย่างไรในปัจจุบัน ผู้คนเริ่มเปลี่ยนแปลงกรอบความคิด และเห็นว่าผู้หญิงก็สามารถเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งได้

“สำหรับฉัน ฉันไม่เคยกู้ยืมธนาคารในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ แต่หลังจากนั้น 5 ปี ฉันได้รับเงินกู้จากธนาคารโดยไม่เจอปัญหาอะไร เนื่องจากธุรกิจของฉันมีผลการดำเนินการที่ดี ดังนั้นธนาคารจึงเชื่อถือ” โซเฟียร์ กล่าว

ในประเทศกัมพูชา ธุรกิจขนาดเล็กกว่า 70% เป็นของผู้หญิง สังเกตได้จากบ้านที่มีผู้หญิงอาศัยอยู่มาก การทำธุรกิจก็มีมาก ซึ่งแตกต่างจากสหรัฐที่ต้องมีใบอนุญาตในการทำธุรกิจ ที่นี่ (กัมพูชา) คุณสามารถทำโจ๊กและขายได้ทันทีในตอนเช้า และสามารถประกอบธุรกิจได้ตามปกติ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจขนาดเล็ก

ทั้งนี้ ในกัมพูชามีสมาคมผู้ประกอบการสตรีกัมพูชาที่จะคอยให้คำปรึกษาด้านการทำธุรกิจสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 มีสมาชิกประมาณ 300 ราย โดย 30% เป็นธุรกิจเอสเอ็มอีที่จดทะเบียนแล้ว ซึ่งสมาคมต้องการให้ความรู้และช่วยเหลือผู้ประกอบการหญิงในการพัฒนาธุรกิจ

โซเฟียร์ แนะนำว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องเป็นธุรกิจที่ดำเนินตามกฎหมาย จ่ายภาษี และปฏิบัติตามกฎระเบียบ สำหรับผู้หญิงที่ต้องการมีธุรกิจของตัวเอง หากตัดสินใจทำธุรกิจต้องมีความเชื่อมั่น หยุดคิดและเริ่มลงมือทำ อย่าให้สามีหรือวัฒนธรรมมาครอบงำ คิดถึงแต่วิธีการที่จะทำให้ธุรกิจก้าวหน้า จากนั้นเมื่อธุรกิจมั่นคงสามารถให้โอกาสทางการศึกษาที่ดีกับลูกหลานได้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม