posttoday
ผลกระทบของสงครามต่อตลาดหุ้น

ผลกระทบของสงครามต่อตลาดหุ้น

04 ตุลาคม 2560

โดย ทิพย์รัตน์ นันทปรีดาวัฒน์, นักเศรษฐศาสตร์ TISCO ESUความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือได้ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ หลังเกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM (Intercontinental Ballistic Missiles) หลายครั้ง รวมถึงได้มีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบเข้าใกล้น่านฟ้าของเกาหลีเหนือ ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อเกาหลีเหนือ และทางการเกาหลีเหนือก็ได้มีการประกาศว่าข้อความโจมตีเกาหลีเหนือทางทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ นับเป็นการประกาศสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ

โดย ทิพย์รัตน์ นันทปรีดาวัฒน์, นักเศรษฐศาสตร์ TISCO ESU

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือได้ทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ หลังเกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หรือ ICBM (Intercontinental Ballistic Missiles) หลายครั้ง รวมถึงได้มีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบเข้าใกล้น่านฟ้าของเกาหลีเหนือ ซึ่งสร้างความไม่พอใจต่อเกาหลีเหนือ และทางการเกาหลีเหนือก็ได้มีการประกาศว่าข้อความโจมตีเกาหลีเหนือทางทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ นับเป็นการประกาศสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ

สหรัฐ รวมถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ตอบโต้โดยการออกมาตรการคว่ำบาตรถึงสองครั้งในปีนี้ โดยการยุติการนำเข้าสินค้าของเกาหลีเหนือ เช่น เหล็กและถ่านหิน ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราวครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และจำกัดการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปยังเกาหลีเหนือ เพื่อพยายามกดดันให้เกาหลีเหนือยุติการทดสอบขีปนาวุธ

อย่างไรก็ดี มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความกังวลให้กับเกาหลีเหนือเท่าใดนัก แต่กลับเหมือนเป็นการยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้ามากยิ่งขึ้น และอาจเป็นการจุดชนวนให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นสงครามในที่สุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อเป็นการประเมินผลกระทบของสงครามต่อการลงทุน เราได้ทำการศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่มีการประกาศสงครามของสหรัฐใน 3 ครั้งล่าสุด ได้แก่ สงครามอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรัฐสภาสหรัฐได้มีการอนุมัติให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารในเดือน ม.ค. 2534 สงครามอัฟกานิสถาน (ประกาศสงครามในเดือน ก.ย. 2554) และสงครามอิรัก (ประกาศสงครามในเดือน มี.ค. 2556) โดยได้ข้อสังเกตที่สำคัญดังนี้

ประการแรก ตลาดหุ้นมักปรับตัวลงก่อนการประกาศสงครามและฟื้นตัวขึ้นภายในสองเดือนหลังประกาศสงคราม โดยตลาดหุ้นซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวผันผวนตามการคาดการณ์ล่วงหน้าของนักลงทุนในตลาด จะมีการปรับตัวลดลงโดยเฉลี่ย 30% ในช่วง 1 ปีก่อนประกาศสงคราม หลังจากนั้นตลาดหุ้นจะทำจุดต่ำสุดในช่วงที่มีการประกาศสงคราม ซึ่งมักเป็นช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียดมากที่สุด และจะฟื้นตัวขึ้นทันทีราว 10% ภายใน 2 เดือนหลังประกาศสงคราม ซึ่งนักลงทุนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการคลี่คลายสถานการณ์

ประการที่สอง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีการทำสงคราม โดยราคาน้ำมันจะมีการตอบสนองต่อวันประกาศใช้ปฏิบัติการทางทหารเช่นกัน แต่มีการเคลื่อนไหวของราคาผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งโดยเฉลี่ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 20% ในช่วง 6 เดือนก่อนการประกาศใช้ปฏิบัติการทางทหาร แต่พลิกกลับมาลดลงแรงราว 30% ภายใน 2 เดือนหลังประกาศ

ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังการประกาศใช้ปฏิบัติการทางทหาร โดยราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นราว 10% ในช่วง 6 เดือนก่อนประกาศ และชะลอตัวลงเล็กน้อยราว 5% ในช่วง 1 เดือนหลังประกาศ แล้วจึงค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นต่อจนมาอยู่ที่เกือบ 10% ภายใน 1 ปีหลังประกาศ

ตลาดหุ้นมักปรับตัวลงก่อนการประกาศสงคราม และฟื้นตัวขึ้นภายใน 2 เดือนหลังประกาศสงคราม ในขณะที่ราคาทองคำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งก่อนและหลังการประกาศใช้ปฏิบัติการทางทหาร

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม