
ดี-แลนด์ลุยธุรกิจเช่า
ดี-แลนด์ฯ รุกไลฟ์สไตล์มอลล์แบรนด์ใหม่ 'พอร์โต้ โก' เจาะกลุ่มนักเดินทางตั้งเป้าผุด 20 แห่งใน 3 ปี
ดี-แลนด์ฯ รุกไลฟ์สไตล์มอลล์แบรนด์ใหม่ 'พอร์โต้ โก' เจาะกลุ่มนักเดินทางตั้งเป้าผุด 20 แห่งใน 3 ปี
นายเพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทจะกระจายความเสี่ยงการลงทุนโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบไลฟ์สไตล์มอลล์มากขึ้น จากเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการพอร์โต้ ชิโน่ (Porto Chino) บนถนนพระราม 2 กิโลเมตรที่ 25 ล่าสุดอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการพอร์โต้ โก (Porto Go) บนถนนสายเอเชีย เนื้อที่ 20 ไร่ ใช้เงินลงทุนกว่า 400 ล้านบาท จะเปิดตัวในเดือน ธ.ค. 2560
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าว่าภายในปี 2563 จะเปิดสาขาพอร์โต้ โก ให้ได้ 20 แห่ง โดยแต่ละสาขาจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท เน้นเปิดริมถนนสายหลักของการเดินทางให้ได้ 4 มุมเมือง ที่พิจารณาแล้วพบว่าคนต้องการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะใน ปั๊มน้ำมัน ปัจจุบันได้มีเจรจาผู้เช่าหลัก ไว้แล้ว อาทิ ร้านกาแฟสตาร์บัคส์ที่ให้บริการรูปแบบไดรฟ์ทรู ไก่ทอดเคเอฟซี แมคโดนัลด์ รวมไปถึงการจัดพื้นที่ใน รูปแบบโคเวิร์กกิ้งให้สามารถทำงานได้ เป็นต้น ซึ่งภายในปี 2561-2562 บริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจให้เช่าสัดส่วน 10%
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในขณะนี้มีทิศทางที่ดีขึ้นเนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจยังขยายตัว ขณะที่ที่อยู่อาศัยยังเป็นปัจจัยสี่ที่มีความต้องการต่อเนื่อง เห็นได้จากในช่วงไตรมาส 3 ผู้ประกอบการเปิดตัวโครงการมากขึ้น ซึ่งบริษัทได้เปิดตัวโครงการบ้านดี เดอะวัลเล่ย์ ปลวกแดง จ.ระยอง ก่อสร้างในสไตล์ทัสคานีแบบอิตาลี สามารถปิดการขายได้กว่า 150 ยูนิต ภายในเวลา 1 เดือน คิดเป็น 36% ของจำนวน 412 ยูนิต โดยในไตรมาส 4 ปีนี้มีแผนจะเปิดโครงการใหม่ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บนเนื้อที่ 11 ไร่ พัฒนาเป็นทาวน์โฮมราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาท และโครงการคอนโดในทำเลสวนเสือศรีราชา จำนวน 209 ยูนิต
อย่างไรก็ตาม แผนการลงทุนของบริษัทในช่วงเวลานี้จะให้ความสำคัญ กับ 3 ทำเลหลัก ได้แก่ ศรีราชา ระยอง และบางบัวทอง-นนทบุรี เนื่องจากเป็นทำเลที่ใกล้กับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่มีนิคมอุตสาหกรรมสำคัญ ปัจจุบันบริษัทสต๊อกที่อยู่อาศัยเหลือขายประมาณ 350 ล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 1,200 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ยอดขายไม่ เติบโต ขณะที่แผนการลงทุนในย่านสมุทรสาครนั้นจะต้องชะลอแผนการเปิดโครงการใหม่ไว้ เนื่องจากกำลังซื้อในพื้นที่บริเวณนี้ซบเซาจากผลกระทบจากธุรกิจทางด้านแรงงานประมง ขณะที่บริษัทยังมีที่ดินในบริเวณนี้รอการพัฒนาอีกจำนวนมาก







