posttoday
ปรับตัวให้สอดคล้อง ความสำเร็จ ‘ปิโกไทยแลนด์’

ปรับตัวให้สอดคล้อง ความสำเร็จ ‘ปิโกไทยแลนด์’

07 ตุลาคม 2560

แม้ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศไทยจะอยู่ในภาวะชะลอตัว

โดย จะเรียม สำรวจ

แม้ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศไทยจะอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากปีนี้เศรษฐกิจยังคงซบเซาไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดการณ์ ส่งผลให้สินค้าส่วนใหญ่ยังคงชะลอการใช้งบในการจัดกิจกรรมเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งจากปัจจัยลบดังกล่าวทำให้ธุรกิจอีเวนต์ของหลายบริษัทต้องอยู่ในภาวะชะลอตัวตามไปด้วย เช่นเดียวกับบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์)

แต่อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวม รายได้ของบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จะเติบโตไม่ถึง 10% ซึ่งถือว่าลดลงจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่เคยเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 10-15% แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับภาพรวมตลาดอีเวนต์ที่ปีนี้คาดว่าจะยังทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ถือว่าภาพรวมบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) ยังมีรายได้เติบโตที่สูง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ยังคงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี คือ การทำธุรกิจที่มากกว่าทำธุรกิจอีเวนต์เพียงอย่างเดียว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนไป

ศีลชัย เกียรติภาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) กล่าวว่า บริษัทได้เริ่มเข้ามาทำธุรกิจอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งในประเทศไทยเมื่อปี 2524 โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ปิโกกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านการทำ อีเวนต์มาร์เก็ตติ้งเปิดตัวแบรนด์สินค้าต่างๆ หลังจากทำธุรกิจในประเทศไทยมาพักใหญ่จนถึงวันที่ 19 เม.ย. 2547 จึงได้นำบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ได้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวธุรกิจของบริษัทมีอัตราการเติบโตที่ดีมาโดยตลาด

จนกระทั่งถึงปี 2535 เกิดปัญหาทางการเมืองในประเทศไทย หรือที่จำกันได้ในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ธุรกิจอีเวนต์ชะงักไปช่วงหนึ่ง ต่อมาปี 2538 เกิดเหตุการณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต ธุรกิจอีเวนต์ก็ชะงักไปอีกช่วงหนึ่ง ต่อจากนั้นอีก 2 ปี หรือประมาณปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง

หลังจากนั้นอีก 10 ปี ประมาณปี 2551 ก็เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ พร้อมกับเหตุการณ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ และต่อมาปี 2553 เกิดการชุมนุมประท้วงที่แยกราชประสงค์ ถัดมาอีก 1 ปีก็เกิดมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย จากนั้นปี 2556 ต่อเนื่องปี 2557 ก็มีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองเกิดขึ้นอีก หรือที่เรียกกันว่า กีฬาสี และเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์ที่คนไทยทั้งประเทศเสียใจมากที่สุดเมื่อพระบาทสมเด็จพระปร มินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต

เหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้ธุรกิจอีเวนต์เติบโตยาก แต่ธุรกิจของบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) ก็ยังสามารถเติบโตผ่านวิกฤตต่างๆ มาได้ เห็นได้จากผลประกอบการในปี 2538 มีรายได้อยู่ที่ 240 ล้านบาท และมี รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาทในปี 2552 ต่อมาปี 2554 มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,200 ล้านบาท และปี 2559 ที่ผ่านมามีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท

ศีลชัย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจของบริษัทยังสามารถเติบโตได้ท่ามกลางวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น คือ การปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเพิ่มบริการใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีบริการหลายอย่างให้ลูกค้าได้เลือก และหนึ่งในบริการที่ได้รับความสนใจ คือ ดิจิทัลคอนเทนต์

สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ เพื่อให้ธุรกิจอีเวนต์มีการเติบโตอย่างยั่งยืน คือ 1.การบริหารความหวังของลูกค้า 2.การวางแผนงานให้สอดคล้องกับอารมณ์ของคนหมู่มาก 3.ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ และ 4.ความอยู่รอดของลูกค้า คือ ความอยู่รอดของเรา

ศีลชัย กล่าวอีกว่า หน้าที่ของเราตอนนี้ คือ ต้องทำให้ลูกค้าขายของได้ เพราะถ้าลูกค้าขายของได้เราก็อยู่รอด นอกจากนี้ยังต้องคอยให้คำปรึกษาที่ดีกับลูกค้า ขยายธุรกิจให้ครอบคลุมความต้องการ พร้อมกับสร้างความแตกต่างสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และสร้างแบรนด์ของตัวเองให้มีความแข็งแรง สิ่ง เหล่านี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บริษัทฝ่าฟันวิกฤตต่างๆ มาได้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม