
กลยุทธ์ KTC รับโจทย์ใหม่ธุรกิจ
เจียรนัย อุตะมะแผนธุรกิจปี 2561 เคทีซีรับเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติและรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนขยายฐานลูกค้าไปยังผู้มีรายได้ 3 หมื่นบาทขึ้นไป และใช้คิวอาร์โค้ดเป็นบัตรแรกในการใช้จ่าย เริ่มให้บริการในเดือน พ.ย.นี้
เจียรนัย อุตะมะ
แผนธุรกิจปี 2561 เคทีซีรับเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติและรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนขยายฐานลูกค้าไปยังผู้มีรายได้ 3 หมื่นบาทขึ้นไป และใช้คิวอาร์โค้ดเป็นบัตรแรกในการใช้จ่าย เริ่มให้บริการในเดือน พ.ย.นี้
ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย (KTC) กล่าวว่า ในเดือน พ.ย.นี้ บริษัทจะเป็นบัตรเครดิตใบแรกในเมืองไทยที่ให้ลูกค้าสามารถใช้คิวอาร์โค้ดในการใช้จ่ายผ่านบัตร เพื่อเป็นทางเลือกในการให้บริการสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกในการใช้เลขที่และรหัสบัตร รวมถึงข้อมูลส่วนตัวในการซื้อสินค้าและบริการ โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือน พ.ย.นี้ ขณะนี้ได้เจรจากับบัตรมาสเตอร์การ์ดแล้วและกำลังเจรจากับบัตรวีซ่า
ทั้งนี้ เคทีซีได้มีการปรับแผนกลยุทธ์ด้านไอทีและดิจิทัลเพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ด้วย 3 แนวทางหลัก คือ 1.ระบบต้องมีความเสถียร 2.โมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ และ 3.กระบวนการทำงานถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ปี 2561 บริษัทจะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับทุกพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดดเด่นในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการตลาด กลุ่มสตาร์ทอัพ ฟินเทค หรือร้านค้าที่มีจุดแข็งโดดเด่น เพื่อนำเสนอบริการที่มีคุณค่าให้กับสมาชิก และรองรับธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจหลัก คือ บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล และร้านค้าเพื่อสร้างโอกาสจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่และรักษาฐานสมาชิกเดิมให้อยู่กับแบรนด์เคทีซี บริษัทมีสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลกว่า 3 ล้านบัญชี
ชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส สายงานคอร์ปอเรตไฟแนนซ์ กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจและกลยุทธ์ในการบริหารการเงิน ว่า บริษัทยังคงความสามารถในการสร้างรายได้และการทำกำไร รวมถึงยังสามารถควบคุมให้สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แม้จะต้องพบกับความท้าทายใหม่จากหลายปัจจัยก็ตาม
ทั้งนี้ยังคงยืนยันว่ากำไรปี 2560 เติบโต 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้ หลังจากครึ่งปีแรกกำไรโตแล้ว 25% ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในปี 2561 มีแนวโน้มเชิงบวก จากสภาพเศรษฐกิจต่างประเทศที่ขยับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การส่งออกในประเทศดีตามไปด้วย รวมไปถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น
"เกณฑ์ใหม่ ธปท.จะกระทบรายได้ลดลง 700 ล้านบาท/ปี จากการปรับลดดอกเบี้ยบัตรเครดิตลงจาก 20% เหลือ 18% โดยปีนี้กระทบ 4 เดือนหลัง แต่แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นจากการคุมการก่อหนี้ใหม่"
ก่อนหน้านี้ ระเฑียรประเมินว่าเป้าหมายการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรปีนี้ที่ตั้งไว้ 15% อาจจะเติบโตไม่ถึงเป้า เช่นเดียวกับเป้าหมายฐานบัตรใหม่ 4 แสนใบ ก็อาจทำได้จริงราว 3 แสนใบ ทั้งนี้เป็นผลจากการบริโภคภายในประเทศชะลอตัว แต่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เชื่อว่าจะควบคุมได้ดี โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.57% แบ่งเป็น เอ็นพีแอลบัตรเครดิต 1.22% เอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคล 0.88%
ชุติเดช กล่าวว่า บริษัทจะยังมุ่งเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนและมีเสถียรภาพ โดยจะบริหารต้นทุนเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการหาต้นทุนที่ต่ำและเพิ่มสัดส่วนของเงินกู้ระยะยาวมากขึ้น รวมทั้งมีแผนจะออกหุ้นกู้ในระยะยาวกว่าเดิม เพื่อทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปีหน้าโดยปีหน้าจะออกหุ้นกู้ 1.2 หมื่นล้านบาท ในระยะ 5-10 ปี ดอกเบี้ย 3.2-3.3% เพื่อทดแทนหุ้นกู้ 8,000 ล้านบาท ที่จะครบกำหนด จากปี 2560 ที่อออกหุ้นกู้ 1 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 3.65%" ชุติเดช กล่าว
สิ้นปี 2560 นี้บริษัทจะปรับตัวเลขการตั้งสำรองในส่วนต่างๆ ให้เพียงพอตาม IFRS9 และพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐาน โดยคาดว่าจะไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญในต้นปี 2562 ที่บริษัทจะนำมาตรฐานฉบับดังกล่าวมาถือปฏิบัติ นอกจากนี้บริษัทยังพร้อมรับชำระเงินและจ่ายเงิน ผ่านระบบพร้อมเพย์ในสิ้นปี 2560 และมีแผนเข้าร่วมในโครงกาารระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มแรก ซึ่งกรมสรรพากรจะเริ่มนำมาใช้ในเดือนม.ค. 2561
พิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจบัตรเครดิต KTC กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2561 ว่า ทีมการตลาดของเคทีซีจะเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อสรรหาสิทธิพิเศษที่เป็นประโยชน์ทุกหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นและตอบสนองทุกเทรนด์ของไลฟ์สไตล์ที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป้าหมายของการเป็นบัตรเครดิตอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึงผนวกเข้ากับกลยุทธ์สร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับฐานสมาชิกเดิมด้วยโปรแกรมคะแนนสะสม KTC Forever Rewards โดยจะขยายทั้งรูปแบบการใช้คะแนนที่หลากหลาย และเพิ่มช่องทางในการแลกสินค้าและบริการให้มากขึ้น
สุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจสินเชื่อบุคคล กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดของธุรกิจสินเชื่อบุคคลในปี 2561 คาดว่าตลาดสินเชื่อบุคคลและมีการแข่งขันสูงและมีความท้าทายผู้ประกอบการมากขึ้นกว่าเดิม จากกฎเกณฑ์ที่แบงก์ชาติประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2561
บริษัทจะพิจารณาขยายฐานสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มเป้าหมายศักยภาพที่มีรายได้ 3 หมื่นบาทมากขึ้น เพราะไม่มีการจำกัดวงเงินและจำนวนสถาบันการเงิน ในขณะเดียวกันจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของบริษัท โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาและมีงานประจำทำ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เคทีซี พราว "KTC PROUD" เป็นบัตรใบแรกที่เคียงคู่กับผู้ใช้และเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในยามที่จำเป็น
ทั้งนี้คาดว่าการเติบโตของสินเชื่อบุคคลในปีนี้จะเติบโตเป็นเลข 2 หลักแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการของ ธปท. โดยครึ่งปีแรกมีสมาชิกสินเชื่อบุคคลประมาณ 8.5 แสนบัญชี
ปิยศักดิ์ เตชะเสน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส-ช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้า เคทีซี กล่าวถึงกลยุทธ์การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายและธุรกิจร้านค้าว่า ในปี 2561 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายในการขยายฐานลูกค้าใหม่เพื่อให้ตอบรับกับกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ออกมา เคทีซีมีการปรับกลยุทธ์แนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ทั้งกระบวนการให้เหมาะสม
ธุรกิจช่องทางจัดจำหน่ายจะมุ่งไปที่ 4 แนวทางหลัก คือ 1) เพิ่มประสิทธิภาพในการขยายฐานลูกค้าคุณภาพให้ตรงกลุ่มมากกว่าการเน้นปริมาณ เน้นกลุ่มคนที่มีรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นบาทมากขึ้น เนื่องจากมีการใช้จ่ายต่อเดือนสูงและมีอัตราหนี้เสียที่ต่ำกว่ากลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่า 3 หมื่นบาท 2) เน้นช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งเว็บไซต์ www.ktc.co.th โมบายแอพ "TapKTC" และ QR Code รวมถึงจะร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจที่เป็นสื่อกลางในการรับสมัครบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลผ่านออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น 3) ใช้ช่องทางสาขาของธนาคารกรุงไทยและตัวแทนขายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นช่องทางหลักในการขยายฐานสมาชิก 4) ใช้โปรแกรมและแคมเปญการตลาดที่น่าสนใจและหลากหลายของเคทีซีกระตุ้นความสนใจผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้มาสมัครเป็นลูกค้า
ในปี 2561 บริษัทมีเป้าหมายเติบโตของธุรกิจร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพิ่มทางเลือกใหม่ให้แก่ร้านค้าในการรับชำระค่าสินค้าและบริการที่หลากหลาย นำเสนอบริการ KTC Payment Solutions ที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจของคู่ค้า และขยายตลาดเจาะร้านค้าขนาดกลางและขนาดย่อม โดยใช้คิวอาร์ โค้ด เพย์เมนท์ ในการขับเคลื่อน ซึ่งมีความคล่องตัวและช่วยให้ร้านค้าบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์สังคมไร้เงินสด พร้อมทั้งนำเสนอ Allpay O2O (Online to Offline) Payment ให้กับร้านค้าในหลายธุรกิจ เพื่อเร่งขยายจุดรับชำระค่าสินค้าและบริการตามแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทั้งดิวตี้ฟรี ช็อป ร้านอาหาร จิวเวลรี่ และเครื่องสำอาง







