
ผูกขาดซ่อนรูป 4.0 (1)
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. ผมอยากแนะนำหนังสือเรื่อง Move Fast and Break Things โดย Jonathan Taplin ซึ่งเล่าเรื่องของบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง Google Facebook ไว้ได้อย่างน่าสนใจ จึงอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
พสุ ศรีหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช.
ผมอยากแนะนำหนังสือเรื่อง Move Fast and Break Things โดย Jonathan Taplin ซึ่งเล่าเรื่องของบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง Google Facebook ไว้ได้อย่างน่าสนใจ จึงอยากจะนำมาเล่าสู่กันฟัง
การผูกขาดเป็นพฤติกรรมที่ในตลาดมีผู้ให้บริการอยู่น้อยราย ถือได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ในทางทฤษฎีแล้วมีแนวโน้มที่จะทำให้ราคาสินค้าหรือบริการที่ถูกผูกขาดมีราคาสูงขึ้น รวมไปถึงการที่ไม่มีแรงจูงใจในการพัฒนาสินค้าบริการให้มีคุณภาพสูงขึ้น และอาจจะส่งผลถึงคุณภาพลดลงด้วย เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีทางเลือก
สิ่งที่ตรงข้ามกับการผูกขาดคือการแข่งขัน การแข่งขันคือการที่มีสินค้าบริการประเภทเดียวกันในตลาดให้ผู้บริโภคสามารถเลือกได้ การแข่งขันในระดับที่เหมาะสมจะทำให้ราคาปรับเข้าสู่ราคาที่เป็นธรรมทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ นอกจากนั้นแล้วการแข่งขันยังเป็นปัจจัยกระตุ้นอย่างดีให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เพราะการที่จะอยู่รอดได้ภายใต้บรรยากาศการแข่งขันคือต้องสร้างความโดดเด่น
ที่น่าแปลกใจคือการแข่งขันบางครั้งก็อาจนำไปสู่การผูกขาดได้เช่นกัน เพราะการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปจะทำให้ผู้ประกอบการที่อ่อนแอค่อยๆ หายไปจากตลาด จนเหลือผู้ประกอบการน้อยราย หรือเพียงรายเดียว ดังนั้นการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไรนัก
ผู้ประกอบการทุกรายก็ไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปที่รักความสบายและไม่ชอบความกดดัน ดังนั้นผู้ประกอบการเหล่านั้นย่อมจะทำทุกอย่างที่จะอยู่ในตำแหน่งการผูกขาดให้ยาวนานเท่าที่จะทำได้เสมอ เพราะการผูกขาดจะทำให้ตนเองได้ประโยชน์สูงสุด ดังนั้นหากปล่อยให้ตลาดเป็นไปตามธรรมชาติ ก็ย่อมจะมีแนวโน้มที่ผู้ประกอบการเหล่านั้นจะเป็นผู้ชนะได้ทุกอย่าง (Winner takes all)
ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการสร้างสมดุลในการตลาด ให้มีระดับการแข่งขันที่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพและบริการ แต่ก็ไม่รุนแรงเกินไปจนกลับไปสู่ความเป็นตลาดผูกขาด นอกจากนั้นแล้วหน่วยงานของรัฐยังทำหน้าที่ในการดูแลกลุ่มคนที่ไม่ใช่กลุ่มที่สร้างกำไรให้กับผู้ประกอบการให้ได้รับบริการได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
อินเทอร์เน็ตถูกสร้างขึ้นบนฐานความคิดของการกระจายอำนาจ เพราะโครงข่ายอินเทอร์เน็ตถือได้ว่าเป็นโครงข่ายเปิดที่ใครๆ สร้างใช้เพื่อสร้างประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในช่วงปี 1990 ยักษ์ใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง Microsoft หรือ Google ล้วนเคยเผชิญกับการต่อสู้กับเจ้าตลาดที่ขาดอย่าง IBM หรือ AT&T มาแล้วทั้งนั้น และช่วงการต่อสู้ยักษ์ใหญ่ในโลกอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ล้วนเรียกร้องให้ภาครัฐเข้ามากำกับดูแลเพื่อให้การแข่งขันอย่างเสรีเป็นธรรมมาเสมอ
มา ณ วันนี้ Google กลายเป็นยักษ์ใหญ่ของระบบการสืบค้นทางอินเทอร์เน็ต (Search Engine) จากปี 2004 ที่มีสัดส่วนทางตลาดเพียงร้อยละ 35 ปัจจุบันเป็นร้อยละ 88 เมื่อ Google กลายเป็นเจ้าตลาดแล้ว ก็มีพฤติกรรมไม่แตกต่างจากเจ้าตลาดเดิม ซึ่ง Google เองเคยเรียกร้องให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
ล่าสุด เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลของสหภาพยุโรปได้มีคำสั่งปรับ Google มากถึง 2,400 ล้านยูโรในข้อหาที่มีพฤติกรรมกีดกันการแข่งขัน โดยเมื่อผู้ใช้งานต้องการใช้ Google หาสินค้า Google จะให้สินค้าของตนเองปรากฏมากกว่าของคู่แข่ง บทเรียนจากกรณีนี้จะเป็นเช่นใดโปรดติดตามตอนต่อไป n







