
โค้งสุดท้ายอสังหาปี’60 กำลังซื้อฟื้นตัว ลุ้นตลาดโต 5%
ดูเหมือนสถานการณ์ช่วงนี้จะเป็นใจให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง เมื่อสัญญาณเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางบวก และหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่หนักหนาสาหัส เชื่อว่าตลาดจะวิ่งฉิวไปถึงไตรมาสแรกของปี 2560
ดูเหมือนสถานการณ์ช่วงนี้จะเป็นใจให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง เมื่อสัญญาณเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางบวก และหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่หนักหนาสาหัส เชื่อว่าตลาดจะวิ่งฉิวไปถึงไตรมาสแรกของปี 2560
อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรและประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างหอการค้าไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ 3 ไตรมาสที่ ผ่านมา ตัวเลขน่าจะออกมาใกล้เคียงกับ 3 ไตรมาส แรกของปีที่ผ่านมา แต่ตลาดต่างจังหวัดน่าจะ ยังชะลอตัวเกินกว่า 5% เนื่องจากตลาดคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก แต่เริ่มดีขึ้นในปลายไตรมาส 3 และคาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 4
"ผลประกอบการในไตรมาส 3 ผู้ประกอบการรายใหญ่น่าจะดีทั้งยอดขายและยอดรับรู้รายได้ แต่สำหรับรายเล็กตัวเลขยังไม่ดี เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ"
ทั้งนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มฟื้นตัว อีกครั้งตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. หลังจากที่รัฐบาล ประกาศความชัดเจนในด้านการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งเรื่องรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ และโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัวเริ่มดีขึ้น ทำให้มีการปรับเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจาก 3.5% เป็น 3.8% ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นมากขึ้น จึงเริ่มจับจ่ายใช้สอยอีกครั้ง
อธิป กล่าวว่า ที่ผ่านมากำลังซื้อผู้บริโภคใน กทม.-ปริมณฑล ไม่ได้ลดลง แต่ขาดความเชื่อมั่น จึงชะลอการตัดสินใจซื้อ เมื่อเริ่มเห็นปัจจัยทางเศรษฐกิจดีขึ้น ความเชื่อมั่นกลับคืนมาจึงเริ่มจับจ่ายอีกครั้ง ประกอบกับธนาคารพาณิชย์เริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการปล่อยกู้เมื่อเห็นภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวความกังวลเรื่องหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้จึงลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นยังมีการซื้อขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในไตรมาส 4 คาดว่ากำลังซื่้อจะกลับคืนมา แม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่ก็ถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยหวังว่าตลาดในปีนี้จะเติบโตได้ 5% และจะเติบโตต่อเนื่อง ไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า
"ในไตรมาส 4 ตลาดอสังหาฯ จะมีความคึกคักจากกำลังซื้อที่อั้นมา ขณะที่ผู้ประกอบการก็จะเร่งยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่นต่างๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค." อธิป กล่าว
ขณะที่ อิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ประเมินว่า ในไตรมาส 4 กำลังซื้อจะดีขึ้นทั้งใน กทม.-ปริมณฑลและภูมิภาค เนื่องจากซัพพลายลดลง มีการดูดซับมากขึ้น และด้วยปัจจัยบวกไม่ว่าจะเป็น เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น พืชผลการเกษตรดี การส่งออกเพิ่มมากขึ้น การขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐชัดเจน
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต่างเร่งทำยอด ขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่แล้วเสร็จ ให้ทันในปีนี้ ซึ่งมีการทำแคมเปญโปรโมชั่นกระตุ้น ตลาดต่อเนื่องในช่วงเดือน พ.ย.และ ธ.ค.ต่อจาก งานมหกรรมบ้านและคอนโด ส่วนธนาคารพาณิชย์ ต่างเร่งปล่อยสินเชื่อมากขึ้น หลังจากยอดครึ่งปีแรกลดลง 9.5%
สำหรับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยนั้นคาดว่าสิ้นปีนี้การเปิดตัวโครงการใหม่ กทม.- ปริมณฑลจะเพิ่มขึ้น 10% ทั้งนี้ คาดว่าจะมีจำนวน ที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ประมาณกว่า 1 แสนหน่วย โดยเป็นตลาดรวมคอนโดเพิ่มขึ้น 20% อยู่ที่ราว 6.4 หมื่นหน่วย ส่วนแนวราบลดลง 7% อยู่ที่ 4 หมื่นหน่วย ส่วนการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 10% โดยมูลค่าจะลดลงราวไม่เกิน 10% เนื่องจากราคา คอนโดมิเนียมแพงขึ้น ขณะที่จำนวนหน่วยลดลงราว 15%
ด้าน เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวว่า รวมตลาดอสังหาฯ ในปี 2560 จะเติบโตทั้งในแง่ของจำนวนยูนิตและมูลค่าโครงการ ส่วนในไตรมาส 4 คาดว่าตลาดทรงตัวถ้าจะมี การเปิดตัวโครงการใหม่ก็น้อยและจะไม่ทำกิจกรรมการตลาดหวือหวา โดยเป็นการขายโครงการในสต๊อกเป็นส่วนใหญ่
ด้าน พนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วน ของตลาดลักซ์ชัวรี่ปี 2560 คาดว่าจะชะลอตัวอัตราการขายจะช้ากว่าปีที่แล้ว เพราะกำลังซื้อ ที่มีจำกัด ขณะที่ซัพพลายออกมามากในปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะซื้อเพื่ออยู่เองไม่นิยมซื้อเพื่อลงทุน ปล่อยเช่า ขณะที่ตลาดคอนโดระดับกลางกลับเป็น ที่นิยมของชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน เป็นต้น
ทั้งนี้ เนื่องจากราคาที่ดินปีนี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-5% จากปีที่แล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับทำเลทำให้โครงการที่เปิดใหม่มีการปรับขึ้น เมื่อเทียบกับทำเล เดียวเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่โครงการส่วนใหญ่ ยังราคาเดิมหรือขยับขึ้นไม่มากนัก ถ้าเป็นไม่ใช่ไพร์มเอเรีย โดยขนาดราคาที่เป็นที่นิยมซื้อขายในตลาดคือ 2-2.5 ล้านบาท ส่วนคอนโดใกล้สถานีรถไฟฟ้าปีนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-7% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของตลาด
แม้ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดอสังหาฯ จะถูกรุมเร้า จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคหดหาย ธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ แต่ก็เริ่มผ่อนคลายเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 สุดท้ายก็ต้องมาลุ้นกันที่ไตรมาสสุดท้ายของปีว่าจะพลิกกลับ มาบวกได้มากน้อยแค่ไหน







