
เอกราชกาตาลัน ฝันร้ายไม่จบของยุโรป
นันทิยา วรเพชรายุทธแม้ว่ารัฐบาลสเปนจะพยายามขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้แคว้น "กาตาลุญญา" สามารถจัดการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปนได้ ทว่าการสกัดรอบนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นผลง่ายๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นและชาวกาตาลันพร้อมใจกันเดินหน้าอย่างถึงที่สุด ไม่สนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญสเปนที่สั่งระงับการทำประชามติ และไม่สนรัฐบาลสเปนที่ส่งกำลังทหารนับพันนายพร้อมปืนกระสุนยางไปปิดคูหาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
นันทิยา วรเพชรายุทธ
แม้ว่ารัฐบาลสเปนจะพยายามขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้แคว้น "กาตาลุญญา" สามารถจัดการลงประชามติเพื่อแยกตัวเป็นเอกราชจากสเปนได้ ทว่าการสกัดรอบนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นผลง่ายๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลท้องถิ่นและชาวกาตาลันพร้อมใจกันเดินหน้าอย่างถึงที่สุด ไม่สนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญสเปนที่สั่งระงับการทำประชามติ และไม่สนรัฐบาลสเปนที่ส่งกำลังทหารนับพันนายพร้อมปืนกระสุนยางไปปิดคูหาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา
ผู้นำรัฐบาลท้องถิ่นของแคว้น กาตาลุญญา การ์เลส ปุยก์เดอมองต์ ประกาศชัดเจนว่า แคว้นของตนเอง มีสิทธิที่จะประกาศเอกราชหลังผลประชามติยืนยันว่า มีผู้มาใช้สิทธิถึง 90% สนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระจากสเปน และล่าสุดยังได้ร้องขอให้สหภาพยุโรป (อียู) เข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการ แยกตัวแบบ "แตกหัก" กับสเปนด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ฝ่ายประชาชนและภาคธุรกิจที่สนับสนุนการแยกตัวเป็นสาธารณรัฐกาตาลุญญา ยังพร้อมใจกันสร้างอำนาจต่อรองให้รัฐบาลของตนเองด้วยการสไตรค์หยุดงานและเดินขบวนประท้วงตามท้องถนนในเมืองบาร์เซโลนา
หากมองในเชิงการต่อสู้นั้นอาจเรียกได้ว่าชาวกาตาลันรวมใจกันต่อสู้ครั้งใหญ่ที่สุด และทำให้สเปนต้องเผชิญวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้ง เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ยุคเผด็จการ ของนายพลฟรานซิสโก ฟรังโก้ เรืองอำนาจเมื่อหลายทศวรรษก่อน ก็ว่าได้
ทว่า ในเชิงปฏิบัติจริงนั้นยังถือเป็นเรื่องยากที่จะประกาศเอกราชได้ง่ายๆ เพราะนอกจากจะเกี่ยวกับความเป็น-ตาย ของทั้งสเปนและกาตาลุญญาแล้ว ก็ยังเกี่ยวพันไปถึงเอกภาพและความมั่นคงของอียู จนไม่อาจปล่อยให้เกิดการแตกหักได้เช่นกัน
ในมุมเศรษฐกิจนั้น การแยกตัวของกาตาลุญญาจะสร้างบาดแผลต่อทั้งตนเองและสเปนอย่างมหาศาล ในฐานะที่กาตาลุญญาเป็นแคว้นใหญ่ ที่คิดเป็นสัดส่วนถึงราว 20% ของจีดีพีสเปนทั้งประเทศ หรือมากที่สุดใน 17 แคว้นของสเปน ซึ่งคับคั่งไปด้วยการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การผลิต และการส่งออก จนสามารถส่งภาษีให้รัฐบาลกลางสเปนถึง 16%
อแลง กูเอนกา ศาสตราจารย์ ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ซาราโกซา ให้มุมมองกับซีเอ็นบีซีว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชาวกาตาลันหรือฝ่ายสเปน ต่างก็จะได้รับผลกระทบระยะสั้นทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากการ แยกตัว
แม้จะดูเหมือนว่ากาตาลุญญามี "แต้มต่อ" เพราะเป็นแคว้นที่รวยสุด มีเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองได้ ทว่าทันทีที่มีการขีดเส้นพรมแดนแยกประเทศกัน กาตาลุญญาจะมีปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับเส้นพรมแดนทันที ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน การท่องเที่ยว การส่งออก ไปจนถึงการทำธุรกรรมการเงินกับทั้งกับสเปนและอียู ซึ่งมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างกันที่สูงมาก
แม้สัดส่วนประชากรกาตาลัน จะมีเพียง 16% ของคนสเปนทั้งประเทศ แต่ก็เป็น 16% ที่สร้างเงินเข้าประเทศมากที่สุดเช่นกันเมื่อเทียบเป็นแคว้น หรือคิดเป็น 2.236 แสนล้านยูโร/ปี (ราว 8.78 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นสัดส่วนมากกว่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐใหญ่อันดับ 3 ในสหรัฐทำได้
ขณะเดียวกันหากไม่สามารถตกลงกับอียูเพื่อให้ได้การรับรองสถานภาพการเป็นสมาชิกของอียู กาตาลุญญา ก็จะเสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิต่างๆ ในฐานะสมาชิกที่เคยมีมา โดยเฉพาะ ภาษี 0% ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของข้อตกลงตลาดเดียว (ซิงเกิ้ล มาร์เก็ต) ที่สามารถเคลื่อนย้ายคน สินค้า บริการ และเงินทุนภายในกลุ่มประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี
นอกจากนี้ การสถาปนาสาธารณรัฐกาตาลุญญาใหม่ยังต้องใช้งบประมาณอีกมหาศาลในการก่อสร้างหน่วยงานต่างๆ ขึ้นมาใหม่ด้วย เช่น สถานทูต และโครงสร้างพื้นฐานบางอย่าง
การจะตีจากสเปนไปยังไม่ได้หมายถึงการไปตัวเปล่า แต่ยังหมายถึงการต้องร่วมแบกรับ "หนี้สาธารณะมหาศาล" ที่ร่วมก่อมาด้วยกัน ซึ่งสเปนนั้นถือเป็นหนึ่งในชาติยุโรปที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะสูงที่สุด และเป็น 1 ใน 5 ชาติยุโรปใต้ที่เผชิญวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะในช่วงปี 2011 มาแล้ว
จากข้อมูลของธนาคารกลางสเปน พบว่าภายใต้หนี้สาธารณะ 1.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2016 นั้น เป็นสัดส่วน ของกาตาลุญญาไป 7.22 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.4 ล้านล้านบาท) โดยในจำนวนนี้เป็นหนี้ของพันธบัตรระยะยาวและเงินกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ ราว 6,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2 แสนล้านบาท)
ภายใต้ความเกี่ยวเนื่องกันมหาศาลทางเม็ดเงินเช่นนี้ สเปนจึงจะเป็นผู้บาดเจ็บหนักที่สุด "ในทุกๆ ด้าน" ทั้งเอกภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เกี่ยวพันกับอนาคตของประเทศ ถึงขั้นที่บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เตือนว่า แม้จะยังไม่ถึงขั้นแยกตัวจริง แต่ลำพังเพียงความเสี่ยงและแรงกดดันจากปัญหา ที่คาดว่าจะยืดเยื้อครั้งนี้ ก็เสี่ยงที่จะกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือของสเปนแล้ว โดยการแยกตัวของกาตาลุญญาที่มีสัดส่วน 1 ใน 5 ของขนาดเศรษฐกิจสเปน จะสร้างความบอบช้ำทางการคลังอย่างหนักให้รัฐบาลมาดริดตามมา
หากเป็นเช่นนั้น สเปนก็จะกลายเป็น "คนป่วยของยุโรป" อีกครั้ง ที่ฉุดการฟื้นตัวของยุโรป จากปัจจุบันที่มีกรณีการแยกตัวของสหราชอาณาจักร หรือเบร็กซิต ให้ต้องปวดหัวอยู่ก่อนแล้ว ขณะที่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของเยอรมนี ซึ่งรัฐบาล อังเกลา แมร์เกิล ไม่สามารถกำชัยชนะ ตั้งรัฐบาลผสมได้ง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา ก็ยิ่งกระทบต่อความพยายามร่วมมือกันของเยอรมนีและฝรั่งเศส ในการขึ้นเป็นผู้นำปฏิรูปปัญหาต่างๆ ในอียู เช่นกัน
โอกาสที่กาตาลุญญาและสเปนจะกล้าแตกหักกันแบบเสียเลือดเสียเนื้อ และโอกาสที่ยุโรปจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงอาจเกิดขึ้น ได้น้อย และกลายเป็นการต่อสู้ที่ยืดเยื้อของชาวกาตาลัน เพื่อเพิ่มอิสระในการปกครองตนเองจากรัฐบาลสเปนมากกว่า n







