
การรับจำนำข้าวในอีกมุมมองหนึ่ง
สมชาย สกุลสุรัตน์ตั้งแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่รอลงอาญาในคดีจำนำข้าว ก็มีคำถามตามมาว่า แต่นี้ต่อไปรัฐบาลในอนาคตจะไม่รับจำนำข้าวอีกเพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ทั้งในโซเชียลมีเดียและในรายการวิทยุหลายสถานี
สมชาย สกุลสุรัตน์
ตั้งแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่รอลงอาญาในคดีจำนำข้าว ก็มีคำถามตามมาว่า แต่นี้ต่อไปรัฐบาลในอนาคตจะไม่รับจำนำข้าวอีกเพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายใช่หรือไม่ทั้งในโซเชียลมีเดียและในรายการวิทยุหลายสถานี
ผมไม่ใช่นักกฎหมายแต่อ่านคำพิพากษาของศาลแล้วเห็นว่า ศาลไม่ได้ตัดสินจำคุกอดีตนายกรัฐมนตรีเพราะรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์รับจำนำข้าว แต่ระบุว่าการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา ศาลไม่สามารถก้าวล่วงเข้าไปพิจารณาว่าเป็นนโยบายที่ผิดหรือถูก ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างรัฐสภากับรัฐบาล แต่ศาลตัดสินจำคุกคุณยิ่งลักษณ์ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ทั้งที่ทำได้ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
คำพิพากษาของศาลจึงไม่ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ว่า การรับจำนำข้าวเป็นนโยบายที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ตอกย้ำว่าเมื่อดำเนินการตามนโยบายแล้ว ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลจะต้องกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ให้เกิดการทุจริตเหมือนการระบายข้าวที่อ้างว่าเป็นการระบายระบบรัฐต่อรัฐ ทั้งที่พฤติกรรมบ่งชัดผิดปกติจากวิธีการซื้อขาย และชำระเงินในแบบจีทูจี และมีผู้ชี้ความผิดปกติให้เห็นทั้งในรัฐสภาและนอกรัฐสภา
สรุปตามความเข้าใจของผมคือ ศาลไม่ได้ห้ามหรือตัดสินว่าการจำนำข้าวผิดกฎหมาย แต่ให้จำนำโดยสุจริตทั้งการรับจำนำ และการระบายสินค้าที่รับจำนำไว้ ถ้าผู้จำนำคือเกษตรกรไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามกำหนด เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลไทยในอนาคตเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องรับจำนำข้าวก็สามารถที่จะกำหนดเป็นนโยบายของรัฐบาลได้เหมือนเดิม
ผมเสียดายอย่างหนึ่งที่ศาลไม่ได้พิจารณาหรือนิยมคำว่า "รับจำนำ" ในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวกับการจำนำข้าวครั้งนี้ ซึ่งถ้ามีคำนิยามไว้ จะทำให้การรับจำนำข้าวในอนาคตไม่มีปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
ที่พูดเช่นนี้ เพราะ "การรับจำนำ" ข้าวที่มีปัญหาขึ้นไม่ใช่การรับจำนำในความหมายที่ใช้กันปกติ แต่เป็นการ "รับซื้อข้าว" โดยรัฐบาลที่หวังว่าเมื่อรับจำนำหรือ "ซื้อ" ข้าวทั้งประเทศมาแล้ว จะสามารถสร้างอำนาจผูกขาดการค้าข้าวกำหนดราคาข้าวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้สูงขึ้นกว่าราคาที่รับจำนำมาในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดเมื่อเวลาที่รับจำนำ
การรับจำนำที่ถูกต้องตามหลักการจะต้องเป็นการรับจำนำในราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายในตลาด เพื่อดึงข้าวจำนวนหนึ่งออกจากตลาดหรือลดซัพพลายข้าวที่ซื้อขายในตลาดออกไปเก็บไว้ ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นตามหลักอุปสงค์และอุปทาน ทำให้ชาวนาสามารถไถ่ถอนข้าวที่จำนำไว้ชั่วคราวออกไปขายทำกำไร ไม่เป็นภาระต่อรัฐในฐานะผู้รับจำนำและเกษตรกรเอง มีเงินที่เอาข้าวไปจำนำใช้จ่ายระหว่างรอการปรับตัวของราคาข้าวในตลาด
แต่การรับจำนำข้าวในราคาที่สูงกว่าตลาดย่อมมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาข้าวจะสูงขึ้นไปจนคุ้มที่ชาวนาจะไถ่ถอนข้าวที่จำนำไว้ และรัฐเองไม่สามารถสร้างราคาข้าวให้สูงขึ้น เพราะราคาข้าวถูกกำหนดในตลาดโลกจากอุปสงค์และอุปทานเช่นเดียวกัน เหตุผลก็คือเมื่อใดที่ข้าวราคาสูงขึ้นหรือภายหลังการขาดแคลนข้าว ตลาดโลกผู้ผลิตรายอื่นนอกจากไทย ก็จะเร่งปลูกข้าวเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกลดลง และเนื่องจากการเก็บเกี่ยวข้าวใช้เวลาไม่กี่เดือน การผูกขาดการค้าข้าวในประเทศไทย แม้ว่าจะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่รายหนึ่งของโลก โดยหวังว่าจะสร้างราคาข้าวให้สูงขึ้น จึงเป็นไปไม่ได้ แต่กลับทำให้ราคาข้าวลดลงเพราะตลาดทราบว่ารัฐบาลไทยสต๊อกข้าวราคาสูงจำนวนมากไว้ ขายออกไปไม่ได้เพราะจะขาดทุน ในโอกาสที่จะแบ่งตลาดข้าวจากไทย เพราะต้นทุนข้าวของเขาต่ำกว่าข้าวที่รัฐบาลไทยสต๊อกไว้ในโกดัง
ที่ผมว่าเสียดายที่ศาลไม่พูดถึงลักษณะจำนำ คือ ถ้าท่านบอกว่าการรับจำนำข้าวหรือพืชผลของรัฐบาลจะต้องไม่สูงกว่าราคาตลาด ต้องทำเป็นครั้งคราวเพื่อแทรกแซงราคาพืชผล ไม่ผูกขาดจนกระทบต่อการค้าพืชผลทั้งระบบ การระบายข้าวต้องเปิดเผยและโปร่งใส ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้เสียราคาอย่างที่อ้างกัน เพราะรัฐไม่ได้รับจำนำเพื่อแสวงหากำไรอยู่แล้ว ปัญหาการรับจำนำที่ถูกแปลงสภาพให้เป็นการรับซื้อเพื่อผูกขาดหรือหาเสียงก็จะไม่เกิดขึ้นอีก
ถ้าการจำนำเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง ผมเห็นว่าการจำนำพืชผลยังเป็นมาตรการสำคัญในการสร้างเสถียรภาพด้านราคาพืชผลอย่างหนึ่งที่รัฐพึงกระทำเมื่อเกิดปัญหาราคาพืชผลตกต่ำเป็นมาตรการที่ใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วเกิดจากการบิดเบือนหลักการและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบของนักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้าที่ได้รับผลประโยชน์ ซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว น่าจะทำให้เกิดความเกรงกลัวในการกระทำการทุจริต คอร์รัปชั่นในอนาคต เพราะครั้งนี้ศาลลงโทษ นอกจากผู้กระทำความผิดเพราะทุจริต และแม้แต่ผู้ที่มีหน้าที่กำกับดูแล แต่ "ปล่อยปละละเลย" ไม่กำกับดูแลให้เข้มงวดเท่าที่ควรจะทำเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือการกระทำทุจริตด้วย
ความจริงแล้ว การรับจำนำพืชไร่ เป็นสินเชื่อทางการค้าปกติที่สถาบันการเงินทำมานานหลายสิบปีก่อนผมเริ่มทำงานในสถาบันการเงินเมื่อ 40 ปีที่แล้วเสียอีก โดยพ่อค้ามักจะนำพืชผล เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และยางพารา มาจำนำไว้กับสถาบันการเงิน โดยจะมีการศึกษาสินค้าที่นำมาจำนำตามราคาตลาดและธนาคารจะรับจำนำในมูลค่าไม่เกิน 70% ของราคาประเมิน โดยประมาณ พร้อมทั้งให้พ่อค้านำสินค้าไปฝากเก็บในโกดังที่มีใบประทวนสินค้า ลูกค้าสามารถไถ่ถอนสินค้าที่จำนำไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนออกไปขาย แล้วนำเงินมาชำระหนี้ให้ธนาคารตามสัดส่วนที่ไถ่ถอนไป เป็นปกติในการประกอบการของธนาคาร
ต่อมาภายหลังจึงมีการนำหลักการรับจำนำมาใช้เพื่อพยุงราคาพืชไร่โดยรัฐบาลหลายรัฐบาล ซึ่งไม่เคยมีปัญหาใหญ่เหมือนการรับจำนำแบบซื้อขายขาดตัว ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนผลของการพยุงราคาโดยการรับจำนำตามหลักการนั้น ได้มากบ้างน้อยบ้างตามภาวะตลาด แต่ก็เป็นมาตรการแทรกแซงตลาดที่ยอมรับกันทั่วไปว่ามีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ราคาพืชไร่ตกต่ำได้ระดับหนึ่ง
ผมจึงรู้สึกเสียดายถ้ารัฐจะตั้งข้อรังเกียจการรับจำนำข้าวหรือพืชไร่อย่างอื่น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรทั้งที่เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ใช้ได้ผลที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
การจำนำพืชผลไม่ใช่สิ่งที่พึงรังเกียจ แต่สิ่งที่พึงรังเกียจคือการบิดเบือน การรับจำนำ และการแสวงหาผลประโยชน์จากการรับจำนำโดยไม่สุจริตต่างหากครับ n







