
อุตฯเล็งสั่งระงับ15โครงการเข้าข่ายกิจการรุนแรง
กระทรวงอุตฯ เผยมีโครงการเข้าข่ายกิจการรุนแรงรวมทั้งในและนอกมาบตาพุดรวม 15 โครงการ เตรียมสั่งระงับโครงการไว้ก่อน หลังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่
กระทรวงอุตฯ เผยมีโครงการเข้าข่ายกิจการรุนแรงรวมทั้งในและนอกมาบตาพุดรวม 15 โครงการ เตรียมสั่งระงับโครงการไว้ก่อน หลังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโครงการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงรวมทั้งสิ้น 15 โครงการ เป็นโครงการที่อยู่ในมาบตาพุด จำนวน 5 โครงการ และโครงการที่อยู่นอกมาบตาพุดจำนวน 10 โครงการ โดยเบื้องต้นจะต้องระงับกิจการต่อไปจนกว่ากระบวนการศาลจะสิ้นสุด ซึ่งผู้ฟ้องสามารถอุทรณ์ได้ภายใน 30 วัน หลังจากมีคำสั่งศาล โดยระยะเวลาในการอุทรณ์จะสิ้นสุดในวันที่ 2 ต.ค. 2553
หลังจากนั้นก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้งว่าหน่วยงานอนุมัติ อนุญาตจะสามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้เลยหรือไม่ โดยฝ่ายกฏหมายทั้ง 3 หน่วยงานอนุมัติ อนุญาต ได้แก่ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานละการเหมืองแร่ (กพร.) ยังมีความเห็นต่างกันว่าควรจะเพิกถอนใบอนุญาตทันทีหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องนำเรื่องนี้ส่งไปให้กฤษฎีกาตีความ เพื่อให้ทั้ง 3 หน่วยงาน ดำเนินการไปในแนวทางเดียวกันตามกรอบของกฎหมาย
สำหรับความคิดเห็นที่แตกต่างกัน คือ มีฝ่ายที่ระบุถึงคำพิพากษาปกครองกลางเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ในข้อที่ 2 ที่ระบุว่าหากมีกระบวนการอุทธรณ์ 30 วันคือจะครบวันที่ 2 ต.ค.นี้ก็จะต้องรอให้คดีนั้นถึงที่สุดก่อน ซึ่งจุดนี้การเพิกถอนใบอนุญาตอาจจะผิดขั้นตอนโดยสามารถจะระงับกิจการไปก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุดจึงค่อยเพิกถอนใบอนุญาต
“เบื้องต้นที่ได้พิจารณากันว่าโครงการนอกมาบตาพุดจะมีประมาณ 10 กิจการ แต่ก็อาจจะมีบวก ลบได้เนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องของรายละเอียดสารก่อมะเร็งอยู่ที่จะต้องดู”นายชัยวุฒิ กล่าว
ขณะที่โครงการที่ไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรงได้ออกใบอนุญาตให้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. โดยในส่วนของกรอ. ได้ทยอยออกใบอนุญาตๆไปแล้วรวมถึง 4 โครงการของกลุ่มปตท.ด้วย เช่น โครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติ หน่วยที่6 ของกลุ่ม ปตท. โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไปยังบริษัท ยูทิลิตี้ ของบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์ และการกลั่น โครงการศูนย์สาธารณูปการกลาง แห่งที่2 ของบริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ ส่วนของกนอ.ยังมีบางส่วนที่ต้องรอขั้นตอนก่อนออกใบอนุญาตใช้ที่ดิน ขณะที่กิจการที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วก็สามารถเดินหน้าต่อไปในขั้นตอนเดิมที่ถูกระงับได้เลย
แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ทั้ง 3 หน่วยงานกำลังพิจารณาถึงกิจการรุนแรงที่นอกเหนือจาก 76 กิจการเดิมโดยเบื้องต้นมีประมาณ 10 ราย และ 1 ใน 10 ที่ค่อนข้างเป็นกิจการขนาดใหญ่คือโรงไฟฟ้าถ่านหินของ บ.เก็คโค่ –วัน และเหมืองสังกะสี ของบมจ.ผาแดง
ส่วน 5 โครงการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรงในมาบตาพุด ได้แก่ 1.โครงการผลิตเอทธิลีนออกไซด์และเอทธิลีนไกลคอล ของบริษัท ทีโอซี ไกลคอล ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก 2.โครงการขยายกำลังผลิตไวนีลคลอไรด์ โมโนเมอร์ ของ บมจ.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ในนิคมฯมาบตาพุด และ 3.โครงการขยายกำลังผลิตฟอร์มัลดีไฮด์และยูเรียฟอร์มัลดีไฮด์ บริษัท วนชัย เคมีคอล อินดัสทรี่ส์ ในนิคมฯเหมราชตะวันออก 4. โครงการศูนย์บริการกำจัดของเสีย ของบริษัทสยามเอ็นไวรอนเมนทอลเทคโนโลยี ไม่ผ่านอีไอเอ และ 5.โครงการถลุงเหล็ก ของบริษัท AISCO RESOURCES ATE ยกเลิกกิจการไปแล้ว







