
ยกทัพนักธุรกิจไทยบุกอเมริกา
นายกฯ ขนทัพนักธุรกิจไทยบุกอเมริกา "สมคิด" มั่นใจสร้างมิติใหม่ให้กับทั้งสองประเทศ เพราะไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองมากขึ้น
นายกฯ ขนทัพนักธุรกิจไทยบุกอเมริกา "สมคิด" มั่นใจสร้างมิติใหม่ให้กับทั้งสองประเทศ เพราะไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองมากขึ้น
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางไปสหรัฐตามคำเชิญของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่าง วันที่ 2-4 ต.ค. 2560 เชื่อว่าจะเป็นการเปิดมิติใหม่ระหว่างไทยกับสหรัฐ เพราะนี่เป็นการเชิญจากผู้นำสหรัฐ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญ เพราะปัจจุบันต้องถือว่าเรามีเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น
"อยากให้มองในแง่ดีกัน เพราะ ตอนนี้ไทยมีหลายเรื่องที่ดีขึ้น ทั้งเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว การเมืองที่มีเสถียรภาพ สำหรับการเจรจาการค้าหรือการลงทุนถือเป็นเรื่องปกติ และต้องมีการเจรจาอย่าง ต่อเนื่องอยู่แล้ว" นายสมคิด กล่าว
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการเดินทางเยือนสหรัฐครั้งนี้ มีนักธุรกิจไทยร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น 26 บริษัท โดยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่บางส่วนได้มีการลงทุนในสหรัฐแล้ว บางส่วนมีความสนใจจะไปลงทุนในสหรัฐ
สำหรับเอกชนที่จะร่วมเดินทาง เช่น กลุ่ม ปตท. เอสซีจี ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น (TUF) ไทยซัมมิท ซีพี ไทยเบฟ สหพัฒน์ โดยคณะนักธุรกิจจากไทยจะได้พบปะ คณะนักธุรกิจสหรัฐอย่างน้อย 2 ครั้ง คือในการประชุมกับสมาชิกการค้าสหรัฐ และในรอบที่สภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน จะมีการจัดเลี้ยงรับรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคณะนักธุรกิจสหรัฐเข้าร่วมจำนวนมากเช่นกัน
ทั้งนี้ กลุ่มที่จะมีการลงนามเพื่อสานต่อการลงทุนกับพันธมิตรในมลรัฐโอไฮโอ สหรัฐ แน่นอนคือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และมีอีก 2 รายใหญ่ที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ก่อนการเดินทาง
รายงานข่าวระบุว่า การพบกันระหว่างสองผู้นำที่จะเกิดขึ้นนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว คาดว่าจะมีการหารือร่วมกันอีกหลายประเด็น เช่น การขยายความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ซึ่งในส่วนของไทยอาจมีการหยิบยกและเชิญชวนฝ่ายสหรัฐให้เข้ามาร่วมลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ไทยกำลังดำเนินการ
นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้รัฐบาลเลิกห่วงเรื่องตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) แล้ว เพราะมองว่ายังไงปีนี้ก็เติบโตและโตได้ดีมากด้วย ซึ่งสิ่งที่ต้องแก้ต่อไป คือ ความเหลื่อมล้ำของสังคม และการกระจายรายได้ไปสู่ผู้ที่อยู่ฐานล่างให้มากขึ้น และการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ตอนนี้ไทยอยู่อันดับที่ 90 ของโลก







