posttoday
บรรทัดฐานใหม่

บรรทัดฐานใหม่

27 กันยายน 2560

ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก "ยิ่งลักษณ์" 5 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานละเลยการทุจริตขาย ข้าวจีทูจี แต่ไม่ระงับความเสียหาย

ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก "ยิ่งลักษณ์" 5 ปี ไม่รอลงอาญา ฐานละเลยการทุจริตขาย ข้าวจีทูจี แต่ไม่ระงับความเสียหาย

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 5 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี

ศาลฎีกาฯ วินิจฉัยว่า การระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยกรมการค้าต่างประเทศให้บริษัท กว่างตงฯ และบริษัท ห่ายหนานฯ ของจีนเป็นการขายที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีการแอบอ้างสัญญาแบบรัฐต่อรัฐ เพื่อนำข้าวมาเวียนขายให้แก่ผู้ค้าข้าวภายในประเทศ อันเป็น การแสวงหาผลประโยชน์โดยทุจริต

ขณะเดียวกัน ในเรื่องนี้ สส.ได้นำไป อภิปรายไม่ไว้วางใจให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทราบรายละเอียดและวิธีการขายที่ไม่เป็น ไปตามแนวปฏิบัติของการขายแบบรัฐ ต่อรัฐ ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ขณะนั้น ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่องค์ประกอบของคณะกรรมการล้วนเป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ และตรวจสอบไม่ตรงตามประเด็นที่อภิปราย แสดงให้เห็นว่าไม่ตั้งใจตรวจสอบอย่างจริงจัง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพิ่งปรับนายบุญทรง ออกจาก รมว.พาณิชย์ ในวันที่ 30 มิ.ย. 2556

ตามพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์ ทราบว่าสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ระงับ ยับยั้งปล่อยให้มีการส่งมอบข้าวตามสัญญา ให้รัฐวิสาหกิจจีนต่อไปอีก อันเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วย กฎหมายสำหรับผู้อื่น การกระทำของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตให้ลงโทษจำคุก 5 ปี

วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยต่อสู้ว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายของรัฐบาล ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจไต่สวนจำเลยในฐานะนายกฯ ซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร เห็นว่าแม้โครงการจะดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา แต่หากปรากฏว่าในขั้นตอนปฏิบัติไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ก็ย่อมตรวจสอบโดยกระบวนการยุติธรรมได้ ป.ป.ช.มีอำนาจฟ้อง

สำหรับปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลเห็นว่าการ รับจำนำข้าวทั้ง 5 ฤดูกาลผลิต แม้จะพบความเสียหายหลายประการ เช่น การสวมสิทธิการรับจำนำ การนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ ข้าวสูญหาย การออกใบประทวนอันเป็นเท็จ ฯลฯ แต่เป็นความเสียหายที่เกิดจากฝ่ายปฏิบัติ

อีกทั้งเมื่อพบความเสียหายก็ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเป็นระยะๆ เพื่อป้องกันความเสียหายแล้ว กรณีความเสียหายในส่วนนี้ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ

ด้าน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า คำพิพากษาในคดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานให้นักการเมือง ไม่ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี เมื่อได้รับมอบหมายให้ดำเนินนโยบายใดจะต้องไม่ปล่อยปละละเลย ไม่เช่นนั้นจะผิดมาตรา 157

"เท่ากับว่าศาลฎีกาฯ ได้วางบรรทัดฐานไว้แล้ว ใครมาเป็นนักการเมืองพึงต้องใช้ความระมัดระวัง" นายสมศักดิ์ กล่าว

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก น.ส. ยิ่งลักษณ์ หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าว คำพิพากษาแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็คงจะรับทราบผลคดี ส่วนจะอุทธรณ์หรือไม่ ค่อยว่ากันอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี การตัดสินคดีดังกล่าวองค์คณะฯ มีมติเอกฉันท์ทั้ง 9 เสียง ไม่รอการลงโทษจำเลย โดยให้ออกหมายจับจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป ส่วนพิพากษาลงโทษจำเลยมติเสียงข้างมาก 8-1

สำหรับคดีนี้ศาลนัดอ่านคำพิพากษาเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา นัดฟังคำพิพากษาครั้งแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่มาศาลตามนัด และได้หลบหนีออกนอกประเทศ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน