
เลิกคิดเรื่องลดดอกเบี้ย
ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ดูเหมือนว่าแรงกดดันที่มีต่อธนาคารแห่งประเทศไทย จะเริ่มลดลงหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2560 ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงท่าทีใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อ โดยเนื้อหาการประชุมที่สำคัญมีดังนี้
ประกิต สิริวัฒนเกตุ & ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์
ดูเหมือนว่าแรงกดดันที่มีต่อธนาคารแห่งประเทศไทย จะเริ่มลดลงหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2560 ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงท่าทีใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อ โดยเนื้อหาการประชุมที่สำคัญมีดังนี้
1.ข้อมูลเศรษฐกิจบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวปานกลาง และระดับเงินเฟ้อยังต่ำกว่าเป้าหมาย 2% การคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ เฟดคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.5% ลดจากเดิมที่ 1.7% และปีหน้า 1.9% จากเดิม 2% ขณะที่คงไม่เกิน 2% ไปจนถึงปี 2562
2.พายุเฮอริเคนฮาร์วี่ย์ เออร์มา และมาเรีย จะกระทบต่อเศรษฐกิจสั้น ทำให้เฟดเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจในปีนี้สู่ระดับ 2.2% จากเดิม 2.1% และระยะยาวยังคงเป็น 1.8%
3.เฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1-1.25%
4.เฟดจะเริ่มลดขนาดงบดุลในเดือน ต.ค. 2560 เริ่มจากการลดถือครองพันธบัตรรัฐบาลลง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือน และลด MBS ลง 4,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะขยายปริมาณการลดไปในทุกไตรมาสอีก 4 ไตรมาสข้างหน้า จนกระทั่งเป็น 5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ในเดือน ต.ค. 2561
5.การคาดการณ์ดอกเบี้ยของ Board of Governors และ District Presidents รวม 16 คนในรูปแบบ Dot Plot ยังคล้ายเดิมคือ ได้ค่า Mode และ Median ในปี 2560 เป็น 1.375% ปี 2561 เป็น 2.125% และปี 2562 เป็น 2.688% (ลดลงจากเดิมที่ 2.938%) และมีการเพิ่มปี 2563 เป็น 2.875% ส่วนระยะยาวลดจาก 3% เหลือ 2.75%
FOMC ใช้นโยบายการเงินเข้มงวดกว่าตลาดคาด Dot Plot ยังคงให้ดอกเบี้ยปีนี้ไว้ที่ 1.375% เฟดมีความคิดที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ โดย Fed Fund Futures ให้ความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. 2560 พุ่งขึ้นมาเป็น 63.8% จาก 50%
US Dollar Index ดีดตัวขึ้นกว่า 0.70% ล่าสุด 95.55 เช่นเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ปรับขึ้นต่อเนื่อง 4 bps ใน 2 วันที่ผ่านมา สู่ 2.28% ต่อจากการประชุม FOMC เฟดยังได้ตัวเลขส่งออกที่ดีที่สุดในรอบ 55 เดือน เมื่อวันที่กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการค้าเดือน ส.ค. 2560 ว่ามีมูลค่าการส่งออก 2.12 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 13.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าตลาดคาดไว้ว่าจะขยาย 4.9% สูงสุดในรอบ 55 เดือน
มูลค่าการนำเข้า 1.91 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายตัว 14.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เดือน ส.ค. 2560 เกินดุลการค้า 2,090 ล้านดอลลาร์ โดยการส่งออก 8 เดือนขยายตัว 8.9% ส่วนการนำเข้าขยายตัว 15.4% และเดือน ม.ค.-ส.ค. 2560 เกินดุลการค้า 8,870 ล้านดอลลาร์
1.ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินตัวเลขส่งออก 8 เดือนที่ขยายตัวสูง 8.9% แม้ในช่วง 4 เดือนที่เหลือของปีจะชะลอตัวลง แต่จะยังขยายตัวเป็นบวก ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ปี 2560 จะขยายตัวได้ถึง 7%
2.การส่งออกขยายตัวได้ดีในทุกตลาดสำคัญ ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และตลาดกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) 3.การส่งออกไม่รวมทองคำขยายตัวได้ 10.3%
4.การส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดีมีทั้งข้าว ยางพารา น้ำตาล อาหารทะเลแช่แข็ง และผักผลไม้ 5.สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน แต่การส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบสูงกว่า 15% ปรับลดลง 20.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
6.การนำเข้าในส่วนของเครื่องจักรและส่วนประกอบสัดส่วน 9.4% ขยายตัวได้ 8.8% จากที่ขยาย 4.3% ในเดือนก่อนหน้า การนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้าสัดส่วน 8.5% ขยายตัว 5.5% สะท้อนการลงทุนในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้น
ผลการประชุม FOMC ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรทั่วโลกขยับตัวขึ้น นอกจากนั้นตัวเลขการส่งออกที่ยังคงดีต่อเนื่อง กดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทยลดลง การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 27 ก.ย. 2560 คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อไป n







