
เคทีบีจีเอสปรับแผนรับมือตู้เอทีเอ็มลด
โพสต์ทูเดย์ - เคทีบีจีเอส ขยายธุรกิจ รปภ. แม่บ้าน ทวงหนี้ รับมือนโยบายรัฐดันคนใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ กระทบธุรกิจขนส่งทรัพย์สิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม
โพสต์ทูเดย์ - เคทีบีจีเอส ขยายธุรกิจ รปภ. แม่บ้าน ทวงหนี้ รับมือนโยบายรัฐดันคนใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ กระทบธุรกิจขนส่งทรัพย์สิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม
นางอรจรรยา จันทวรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย กรุงไทยธุรกิจบริการ (เคทีบีจีเอส) เปิดเผย ว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้คนไทยหันมาใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินสด บริษัทจึงต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ด้วยการเร่งขยายธุรกิจ 2 กลุ่มธุรกิจ
สำหรับธุรกิจใหม่ที่จะเดินหน้ารุกนับจากนี้ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจปฏิบัติการ อาทิ งานรักษาความปลอดภัย และงานบริการทำงานสะอาด คอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจติดตามทวงหนี้ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับธุรกิจให้บริการบริหารจัดการและขนส่งทรัพย์สิน ทั้งขนส่งเงินสดและบริการเติมเงินและแก้เครื่องเอทีเอ็ม ซึ่งเป็นธุรกิจหลักสร้างรายได้ในสัดส่วน 65% แต่มีแนวโน้มว่าจำนวนสาขาของธนาคารจะลดลง และโดยเฉพาะตู้เอทีเอ็มของกรุงไทยเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา พบว่าต้องปิดเครื่องลง 220 เครื่อง และคาดว่า 3-5 ปีข้างหน้าจะลดลงอีก 500 เครื่อง จากจำนวนตู้ปัจจุบัน 9,900 เครื่อง
"แนวโน้มในอีก 7-8 ปีข้างหน้า เชื่อว่าธนาคารต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ ตู้ที่สามารถกู้เงินสด ถอนและโอนภายในเครื่องเดียว เพื่อให้บริการแทนจำนวนสาขาที่ลดลง จึงต้องประเมินสถานการณ์ว่านโยบายของภาครัฐในเรื่องของอี-เพย์เมนต์จะได้ตามเป้าหมายหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อทางธนาคารมากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่เราก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือ" นางอรจรรยา กล่าว
ขณะที่แผนธุรกิจบริษัทจะเข้าไปประมูลงานปฏิบัติการกับธนาคารของภาครัฐ อาทิ ธนาคารออมสิน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 20% จากปัจจุบันธุรกิจยังรองรับกับธนาคารของกรุงไทยในเครือเป็นหลัก จาก 90% และตั้งเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้าจะอยู่อันดับ 1 ใน 5 ของกลุ่มธุรกิจปฏิบัติการ ซึ่งปัจจุบันอยู่อันดับ 1 ใน 10 โดยมีพนักงานรองรับ 4,000 คน
นางอรจรรยา กล่าวว่า จากการปรับตัวของบริษัท คาดว่าจะช่วยรักษารายได้ใน 3 ปี (2560-2562) ราว 2,500 ล้านบาท โดยปีนี้เติบโต 3% และกลุ่มธุรกิจให้บริการบริหารจัดการและขนส่งทรัพย์ในปีนี้และปีหน้ายังคงสัดส่วน 65% ส่วนปี 2562 คาดว่ารายได้เหลือสัดส่วน 60% อีก 5 ปีข้างหน้า รายได้กลุ่มปฏิบัติการจาก 18% เพิ่มเป็น 25% และธุรกิจติดตามทวงหนี้จาก 5% เพิ่มเป็น 10%







