
ดีลอยท์เตือน สังคมสูงอายุ วิกฤตแรงงาน
ดีลอยท์เผยไทยจะประสบปัญหาแรงงานวิกฤตสูงสุดในปี 2561 ส่งผลต่อเศรษฐกิจ แนะรัฐบาลทุ่มงบประมาณแก้ปัญหา
ดีลอยท์เผยไทยจะประสบปัญหาแรงงานวิกฤตสูงสุดในปี 2561 ส่งผลต่อเศรษฐกิจ แนะรัฐบาลทุ่มงบประมาณแก้ปัญหา
ดีลอยท์ โกลบอล บริษัทที่ปรึกษาการเงินและภาษีระดับโลก เปิดเผยรายงานวอยซ์ออฟเอเชียซีรี่ส์ ปีที่ 3 ในมุมของประเทศไทยว่า โครงสร้างประชากรของประเทศไทย ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ในเรื่องโครงสร้างประชากร ที่มีอัตราการเกิดต่ำแต่จำนวนผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเผชิญอัตราการเกิดทดแทนที่ 2.1 คน ต่อเนื่องมา 2 ทศวรรษแล้ว และคาดว่าในอีก 15 ปีข้างหน้า อัตราส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 5
นายสุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า หากเราไม่มีประชากรวัยหนุ่มสาวจะทำให้ขาดแรงผลักดันให้เศรษฐกิจโตเต็มศักยภาพ ดังนั้นต้องกระตุ้นให้มีอัตราการเกิดที่สูงขึ้น เพื่อทดแทนแรงงานปัจจุบันที่กำลังจะกลายเป็นประชากรสูงวัยในอนาคตอันใกล้นี้
ดีลอยท์ ระบุว่า โครงสร้างประชากรซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ กำลังจะทำให้ดุลอำนาจของเอเชียเปลี่ยนไป โดยในปี 2585 ประชากรที่มีอายุเกิน 65 ปี จะอยู่ในเอเชียมากกว่าประชากรของประเทศสหภาพยุโรปและอเมริกาเหนือรวมกัน ขณะที่อินเดียจะกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจรายต่อไป เพราะในช่วง 10 ปีจากนี้ไป แรงงานกว่าครึ่งหนึ่งของทวีปเอเชียจะมาจากอินเดีย จะทำให้เกิดโอกาสธุรกิจใหม่มารองรับการขยายตัวของประชากรกลุ่มนี้ เน้นเมกาเทรนด์ เช่น อายุขัยเฉลี่ยที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับรักษาพยาบาลจะสูงขึ้น
ทั้งนี้ ดีลอยท์ได้เสนอแนะมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเอเชียในอนาคต ประกอบด้วย การยืดอายุเกษียณออกไปโดยเฉพาะในฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ เกาหลีและจีน การสนับสนุนให้ผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น ซึ่งเอเชียมีปัญหาอย่างหนึ่งคือ ผู้หญิงอยู่ในตลาดแรงงานน้อยกว่าผู้ชาย และช่องว่างนี้กว้างมาก ถ้ามีผู้หญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นก็จะช่วยลดปัญหาสืบเนื่องจากสังคมสูงอายุได้
นอกจากนี้ แนะนำให้เปิดรับแรงงานอพยพสำหรับประเทศที่ประสบปัญหาอัตราการเกิดต่ำ ควรต้องเปิดประตูรับแรงงานอพยพจากชาติอื่น เพราะการเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวที่มีทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศ จะช่วยให้สามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจได้ต่อไป
ในขณะเดียวกันต้องเพิ่มความสามารถในการผลิต ซึ่งความสามารถในการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจพอๆ กับโครงสร้างทางประชากร
ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญเรื่องระบบการศึกษาควบคู่กับการพัฒนาทักษะของแรงงานปัจจุบัน เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังถาโถมเข้าสู่สังคม







