
ลงทุนนวัตกรรมดันจีดีพี
กูรูวอนรัฐเพิ่มลงทุนด้านนวัตกรรมอาร์แอนด์ดี หวังก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง
กูรูวอนรัฐเพิ่มลงทุนด้านนวัตกรรมอาร์แอนด์ดี หวังก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการธนาคารแห่งประเทศไทย ประจำปี 2560 ในหัวข้อ "เศรษฐกิจ คิดใหม่" ว่า ปัจจุบันการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วโลกใน 12 อุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจด้านเทคโนโลยีเอง ได้แก่ กูเกิล เฟซบุ๊ก, อุตสาหกรรมสื่อ ซึ่งส่งผลกระทบในไทยแล้ว, บริษัทมือถือ, ธนาคารพาณิชย์ ที่ได้รับผล กระทบจากฟินเทค, ธุรกิจค้าปลีก, ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ, ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว, ธุรกิจเฮลท์แคร์ เป็นต้น
ทั้งนี้ หากถ้าไทยไม่มีการเตรียมความพร้อมอาจจะทำให้เศรษฐกิจทรุดได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการใส่เงินลงทุนด้านการพัฒนานวัตกรรมน้อยไปเป็นเวลาหลายปี หากมีการลงทุนด้านนี้น้อยคงจะทำให้ไทยก้าวข้ามกับดักการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางไม่ได้
ขณะที่การส่งเสริมการลงทุน ด้านนวัตกรรมและอาร์แอนด์ดีของ รัฐบาลที่ผ่านมาใช้มาตรการภาษีเป็นหลัก ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์คือบริษัทใหญ่ แต่เอสเอ็มอีไม่ได้ โดยเฉพาะบริษัท สตาร์ทอัพ เพราะธุรกิจเกิดใหม่ยังไม่มีกำไร การลดภาษีจึงไม่ได้ช่วยอะไร ควรเข้าไปร่วมลงทุนมากกว่าและควรแก้ไข กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค ยกเลิกใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น
นายกานต์ ตระกูลฮุน อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) กล่าวว่า การจะยกระดับประเทศไปสู่นวัตกรรมต้องมีความร่วมมือกัน มากขึ้นระหว่างองค์กรภาครัฐและเอกชน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนด้านอาร์แอนด์ดี เมื่อหลายปีที่แล้วอยู่ที่ 0.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปัจจุบันเพิ่ม เป็น 0.62% คิดว่าถ้าทำให้เพิ่มได้ในสัดส่วนที่ 1% ประเทศจะคิกออฟได้
นายกานต์ กล่าวว่า เดิมทีเอสซีจีมีงบลงทุนนวัตกรรมเพียง 40 ล้านบาท/ปี ผ่านมา 10 กว่าปี งบลงทุนนวัตกรรมเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1% ของยอดขายรวม ซึ่งความสำเร็จเกิดจากการไม่ได้กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน มีเพียงเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขายเป็น 50% ต่อปี โดยในปีที่ผ่านมาจากการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 38% คิดเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ปีหนึ่งเป็นเลขหลักหมื่นล้านบาท







