
ต้องมีคนรับผิดชอบ
หลังจากกรณีที่ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อกระทิงแดง ออกมาระบุว่า ได้ยกเลิกการเช่าพื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านหนองแต้ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จำนวน 31 ไร่ 2 งาน ซึ่งเดิมต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อเปิดเป็นจุดกักเก็บน้ำสำหรับโรงงานน้ำดื่มและเครื่องดื่ม
หลังจากกรณีที่ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อกระทิงแดง ออกมาระบุว่า ได้ยกเลิกการเช่าพื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านหนองแต้ ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จำนวน 31 ไร่ 2 งาน ซึ่งเดิมต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อเปิดเป็นจุดกักเก็บน้ำสำหรับโรงงานน้ำดื่มและเครื่องดื่ม
แม้การประกาศยกเลิกดังกล่าวจะมีการระบุเช่นกันว่า เพื่อหลีกเลี่ยง ผลกระทบ ความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ ทว่าในส่วนของการดำเนินการของภาครัฐที่เอื้อในกระบวนการดังกล่าว ก็ย่อมจะต้องถูกทวงถามความรับผิดชอบเช่นกัน
มีการตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลหลายเรื่อง ตั้งแต่คิดราคาค่าเช่าถูก เพียงแค่ไร่ละ 1,000 บาท/ปี พบข้อมูลแย้งและหลักฐานไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่กระทรวงมหาดไทยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสื่อมสภาพจากการเป็นพื้นที่ป่า
นอกจากนี้ ยังมีการระบุรายละเอียดโดยการทักท้วงจากชาวบ้านในพื้นที่ด้วยว่า พื้นที่สาธารณประโยชน์บ้านหนองแต้ มีสภาพเป็น ป่ารกชัฏและป่าโปร่งบ้างในบางบริเวณ ไม่ตรงกับเอกสารทางราชการที่ระบุว่า มีสภาพแห้งแล้งไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว และไม่ได้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูฝน แต่ในสภาพความเป็นจริง ยังมีการกักเก็บน้ำไว้ได้ และควรจะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะใช้ประโยชน์ร่วมกันได้
รวมถึงเสียงคัดค้านยังระบุด้วยว่า การดำเนินการรับฟังความคิดเห็นกรณีให้เอกชนเช่าจากชาวบ้านซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของรัฐนั้นไม่โปร่งใส
ขณะเดียวกัน กรณีการทักท้วงของ ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ได้ยื่นเรื่องให้สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ รมว.มหาดไทย รมช.มหาดไทย รองปลัดมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น โดยตั้งข้อสงสัยเรื่องการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนหรือไม่
และตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่การดำเนินการอาจเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประมวลกฎหมายที่ดิน และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดิน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่พลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2545 และกฎหมายอีกหลายฉบับหรือไม่
เรื่องนี้หลายคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ควรที่จะเป็นเรื่องที่เงียบหายไปในสายลม ไม่ใช่จบลงเพียงแค่ยกเลิกแล้วก็จบๆ กันไป เหมือนเป็นแค่เพียงปัญหาเด็กเล่นขายของ จบแล้วก็กลับบ้านใครบ้านมัน แต่รัฐบาล คสช.จะต้องนำขบวนการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดมาแสดงความรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด
หากรัฐจะชูธงเรื่องความโปร่งใส ไม่มีเรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนเจ้าใดเจ้าหนึ่ง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะดำเนินการอย่างถึง ที่สุด อย่ายอมให้เป็นแค่ปัญหาลูบหน้าปะจมูก ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะเป็นจำเลยตลอดไป







