posttoday
ควบคุมความรุนแรง

ควบคุมความรุนแรง

16 กันยายน 2560

เหตุลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพรานในพื้นที่ อ.กาบังจ.ยะลา

เหตุลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพรานในพื้นที่ อ.กาบังจ.ยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องสละชีพ 2 นาย บาดเจ็บอีกนับสิบ มีข้อที่น่าสังเกตคือ เป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังการพบปะกันของคณะผู้แทนฝ่ายไทยกับกลุ่มมารา ปาตานี ในการพูดคุยเพื่อสันติสุขชายแดนภาคใต้ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ช่วงวันที่ 12-13 ก.ย.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้เหตุปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา และนำมาบรรทุกวัตถุระเบิดก่อเหตุในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ช่วงกลางเดือน ส.ค.นั้น เป็นการก่อเหตุในช่วงก่อนการนัดหมายพูดคุย ซึ่งมักจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นล่วงหน้าแทบทุกครั้ง

ด้านหนึ่ง สะท้อนถึงขบวนการก่อความไม่สงบกลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุย อีกด้านหนึ่ง สะท้อนถึงการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับข้อเสนอของขบวนการบีอาร์เอ็น โคออร์ดิเนต ที่มีต่อการพูดคุย

ดังนั้น ความรุนแรงจึงเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ การเมืองบนโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขกำลังดำเนินไป การทหารโดยการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จึงเป็นเพียงข้อเสนอที่หวังจะให้ถูกยกขึ้นมาบนโต๊ะการพูดคุย

ในภาวะเช่นนี้ รัฐมีภาระหลักในการควบคุมความรุนแรงเอาไว้ให้ได้ จะต้องทำให้เกิดความรุนแรงน้อยที่สุด หรือไม่ให้เกิดขึ้นเลย

มารา ปาตานี อาจเป็นแค่กลุ่มแนวคิด แต่มิได้มีกองกำลังของตนเอง ขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุหลักอย่างขบวนการบีอาร์เอ็น ก็ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยโดยมีกลุ่มอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย ต้องการให้กระบวนการพูดคุยมีเพียงฝ่ายรัฐไทยและบีอาร์เอ็นเท่านั้น

กล่าวได้ว่า รัฐไทยกำลังได้เปรียบในทางการเมือง จากการริเริ่มกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพมากว่า 4 ปี ได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย รวมทั้งองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี

หากพิจารณาในด้านผู้ก่อความรุนแรง อาจมองได้ว่าพื้นที่ในการก่อเหตุหดแคบลง เหตุรุนแรงล่าสุด ทั้งการปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองในพื้นที่ อ.นาทวี จ.สงขลา และนำมาก่อเหตุในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งติดต่อกัน และล่าสุดการลอบวางระเบิดและซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา ก็เป็นพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด สงขลา ปัตตานี และยะลา ซึ่งคาดได้ว่ากลุ่มที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน

ภาพเช่นนี้ทำให้เห็นได้ว่า โอกาสในการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบนั้นลดลงอย่างมาก ยังไม่รวมถึงปัญหาภายในหลังการปรับโครงสร้าง เปลี่ยนผู้บริหารภายในขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งอาจส่งผลต่อสิ่งสำคัญ คือแนวคิดที่แตกต่างกันตามมา

รัฐเองพยายามที่จะจัดตั้งกลไกการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าเอกภาพ ซึ่งการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และพลเรือน เป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหามาโดยตลอด การแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือที่เรียกว่า ครม.ส่วนหน้า โดยมีผู้มีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้จากทุกส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมเป็นคณะกรรมการ ก็เริ่มมีผลงานมากขึ้น นโยบายสามเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยกำหนดพื้นที่ต้นแบบสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตก็ได้รับความร่วมมือดีจากทุกฝ่าย

สถานการณ์จากนี้ไป จะต้องเน้นหนักให้เกิดความปลอดภัย ควบคุมความรุนแรงเอาไว้ให้ได้ เพื่อให้การดำเนินการเพื่อสันติสุขในทุกๆ มิติเดินหน้าต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม