
ปันผลครึ่งปี1.2แสนล.
บจ.ในตลาดหุ้นไทย รวม 152 แห่ง มีมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปีนี้ 117,859 ล้าน เพิ่มขึ้น 23.59% SET50 มากสุด
บจ.ในตลาดหุ้นไทย รวม 152 แห่ง มีมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปีนี้ 117,859 ล้าน เพิ่มขึ้น 23.59% SET50 มากสุด
นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครึ่งแรกปีนี้ 152 บริษัท มูลค่า 117,859 ล้านบาท เป็น บจ.ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 130 บริษัท มูลค่าเงินปันผล 116,742 ล้านบาท และ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 22 บริษัท 1,117 ล้านบาท มูลค่าเงินปันผล 75% ของทั้งหมด เกิดจาก บจ. กลุ่ม SET50 ที่ปันผล 88,689 ล้านบาท
"กำไร บจ.ขนาดใหญ่ที่ดีขึ้น ทำให้ปันผลได้เพิ่มขึ้นในรูปตัวเงิน โดยเพิ่มขึ้น 23.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน การจ่ายปันผลยังอยู่ในระดับ 150 บริษัทใกล้เคียงปีที่ผ่านมาสะท้อนความสม่ำเสมอ เป็นผลดีต่อผู้ลงทุน" นายสันติ กล่าว
ทั้งนี้ บจ.ใน SET ที่จ่ายเงินปันผล 5 อันดับแรก คือ บริษัท ปตท. (PTT) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) 54,220 ล้านบาท หรือ 46% ของมูลค่าเงินปันผลใน SET
นอกจากนี้ บจ.ใน เอ็ม เอ ไอ ที่จ่ายเงินปันผล 5 อันดับแรก คือ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) บริษัท บางกอก เดค-คอน (BKD) บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป (BROOK) บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) และบริษัท แอร์โรว์ ซินดิเคท (ARROW) 648 ล้านบาท หรือ 58% ของมูลค่าเงินปันผลใน เอ็ม เอ ไอ
สำหรับหมวดธุรกิจที่จ่ายเงินปันผล 5 อันดับแรก คือ พลังงานและสาธารณูปโภค ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร วัสดุก่อสร้าง อาหารและเครื่องดื่ม และอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าเงินปันผลรวม 90,399 ล้านบาท หรือ 77% ของมูลค่าเงินปันผลทั้งหมด และเป็นหมวดเดียวกับในปีก่อนหน้าที่ปันผลสูงสุด
นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการ ผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย คาดการณ์ว่า เงินจะไหลเข้าอีก 4-5 หมื่นล้านบาทในช่วงที่เหลือของปีนี้ แนะนำทยอยสะสมหุ้นที่ได้อานิสงส์เศรษฐกิจจากเครื่องยนต์สินค้าคงทนเริ่มกลับมา หลังการเมืองนิ่ง ภาครัฐเดินเครื่องลงทุนเต็มสูบ และเอกชนเริ่มลงทุนมากขึ้น
ขณะที่หุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นน้อยกว่าปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ช.การช่าง (CK) บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท ศุภาลัย (SPALI) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟ โลจิสติกส์ (JWD) และหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่ยังไม่ขึ้น







