
ญี่ปุ่นกับแนวคิด 'ไทยบวกหนึ่ง'
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.thภายหลังการเปิดประเทศและการเข้าสู่บริบทของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา นักลงทุนญี่ปุ่นได้เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากเดิมส่วนใหญ่ลงทุนอยู่ที่ประเทศไทยเป็นหลัก ไปสู่การย้ายฐานการผลิตและกระจายการลงทุนไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยในรูปแบบใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ชาวญี่ปุ่นที่ได้เสนอบทความที่ศึกษากลยุทธ์การลงทุนทางธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "ไทยบวกหนึ่ง" หรือ ("Thailand Plus One") ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการธุรกิจที่นักลงทุนญี่ปุ่นได้เริ่มเข้าไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยมากขึ้น เป็นลักษณะที่มุ่งเน้นการกระจายการลงทุน และแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ แต่ไม่ถึงกับย้ายฐานการผลิตทั้งหมด เพราะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านไทย มีอัตราการขยายตัวในระดับสูงมาต่อเนื่องหลายปี เนื่องจากมีรายได้จากการส่งออกสินค้าจากทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งมีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีกำลังซื้อมากขึ้น
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)www.itd.or.th
ภายหลังการเปิดประเทศและการเข้าสู่บริบทของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา นักลงทุนญี่ปุ่นได้เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากเดิมส่วนใหญ่ลงทุนอยู่ที่ประเทศไทยเป็นหลัก ไปสู่การย้ายฐานการผลิตและกระจายการลงทุนไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านของไทยในรูปแบบใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับการศึกษาวิจัยของนักเศรษฐศาสตร์ชาวญี่ปุ่นที่ได้เสนอบทความที่ศึกษากลยุทธ์การลงทุนทางธุรกิจรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "ไทยบวกหนึ่ง" หรือ ("Thailand Plus One") ว่าเป็นกลยุทธ์ทางการธุรกิจที่นักลงทุนญี่ปุ่นได้เริ่มเข้าไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยมากขึ้น เป็นลักษณะที่มุ่งเน้นการกระจายการลงทุน และแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ แต่ไม่ถึงกับย้ายฐานการผลิตทั้งหมด เพราะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านไทย มีอัตราการขยายตัวในระดับสูงมาต่อเนื่องหลายปี เนื่องจากมีรายได้จากการส่งออกสินค้าจากทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งมีการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดมีกำลังซื้อมากขึ้น
แม้ว่าญี่ปุ่นและไทยมีข้อตกลงทางเศรษฐกิจร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยมีการลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement : JTEPA) ตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างไทย-ญี่ปุ่นให้มากขึ้น และส่งผลให้การค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเติบโตต่อเนื่อง แต่ในมิติของการลงทุนนอกประเทศของญี่ปุ่นในภูมิภาคเอเชีย ญี่ปุ่นมองว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีนกำลังกลายเป็นภัยคุกคาม ถือเป็นการช่วงชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์ ทางเศรษฐกิจในเอเชียของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เหตุดังกล่าว ญี่ปุ่นจึงเริ่มย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียที่มีแนวโน้มรับการลงทุน (Recipient Country) เช่น อินเดีย มาเลเซีย ไทย สปป.ลาว กัมพูชาและเวียดนาม ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีบทบาทด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเครื่องจักรและกลุ่มสินค้ายานยนต์มายังประเทศอาเซียนแผ่นดินใหญ่ (Mainland ASEAN) ประกอบด้วยประเทศไทย กัมพูชา เมียนมา และสปป.ลาว โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ายานยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่บริษัทญี่ปุ่น ขนาดใหญ่มีความเชี่ยวชาญและเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้การสนับสนุนลงทุนในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องด้วย โดยอาศัยการ ดำเนินงานขององค์กรส่งเสริมการค้าภายนอกญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization : JETRO) เป็นสำคัญ
ดังนั้น หากไทยต้องการดำรงสถานะของขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อรักษาสัดส่วนเงินลงทุนจากญี่ปุ่นให้สูงต่อไปได้อย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า จะต้องดำเนินการพัฒนานโยบายและมาตรการต่างๆ ที่รับมือกับกลยุทธ์ "ไทยบวกหนึ่ง" ของญี่ปุ่นด้วย เช่น การบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินนโยบายด้านการส่งเสริมการลงทุนสำนักงานใหญ่ระหว่างประเทศ (International Headquarter : IHQ) การปรับปรุงโครงสร้างภาษีและสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน การวางแผนพัฒนากำลังแรงงานฝีมือ โดยเฉพาะด้านวิศวกรรม กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการอำนวยความสะดวกในการยื่นขอใบอนุญาตทำงาน เป็นต้น







