posttoday
พบเรือมรณะในอาร์กติก

พบเรือมรณะในอาร์กติก

10 กันยายน 2560

เซอร์จอห์น แฟรงคลิน เป็นบุคคลหนึ่งที่ถือเป็นตำนานของประเทศอังกฤษ เขาใช้เวลาราว 3 ทศวรรษ

โดย 0000000

เซอร์จอห์น แฟรงคลิน เป็นบุคคลหนึ่งที่ถือเป็นตำนานของประเทศอังกฤษ เขาใช้เวลาราว 3 ทศวรรษพยายามเดินเรือฝ่าน้ำที่เย็นจนจับแข็งระหว่างหมู่เกาะอังกฤษกับแคนาดา จนในที่สุด ปี 1821 กะลาสีหนุ่มแฟรงคลินแทบจะกลายเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเขารอดชีวิตจากการเดินทางสู่แคนาดาได้ด้วยการกินมอดในไม้และรองเท้าบู๊ตหนังที่ขาดวิ่น

ต่อมาเมื่อเขาสั่งให้เรือ 2 ลำ ได้แก่ เรือหลวง เทอร์เรอร์ (HMS Terror) กับเรือหลวงเอเรบัส (HMS Erebus) ล่องออกไป ในวันที่ 19 พ.ค. 1845 ความหิวกลับไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพียงปัญหาเดียว เรือ 2 ลำนี้มีลูกเรือรวม 129 คน ออกเดินทางจากกรีนไฮธ์ในอังกฤษ แฟรงคลินในวัย 59 ปีอ้วนมากและไม่ได้อยู่ ในสภาพที่จะออกเดินเรือได้ดีเท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม ลูกเรือเชื่อมั่นในนักผจญภัยวีรบุรุษผู้นี้ และเชื่อว่าแฟรงคลินจะสามารถค้นพบเส้นทางสายที่เรียกว่า นอร์ธเวสต์พาสเสจ (Northwest Passage) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของแคนาดาได้ และสร้างเส้นทาง เดินเรือใหม่ระหว่างหมู่เกาะอังกฤษกับเอเชีย

เรือหลวงเทอร์เรอร์และเรือหลวงเอเรบัสเป็นเรือที่มีอุปกรณ์ ดีที่สุดในการสำรวจอาร์กติกเท่าที่เคยมีในขณะนั้น ในลำเรือ ได้ติดตั้งเครื่องยนต์ไอน้ำเพื่อให้กำลังแก่ใบจักร หัวเรือและท้ายเรือยังเสริมแรงด้วยเหล็ก จึงแล่นตัดน้ำแข็งได้ดี หม้อต้มน้ำ ขนาดใหญ่ให้ความร้อนกับตัวเรือด้วยท่อ ทั้งยุโรปตื่นเต้นกับเรือนี้มากเมื่อเซอร์จอห์น แฟรงคลินและลูกเรือจะออกเดินทาง ผจญภัยไปในดินแดนน้ำแข็งหนาวเย็น

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เทอร์เรอร์และเอเรบัสจะกลับมายังหมู่เกาะอังกฤษในอีก 3 ปีให้หลัง พร้อมรายละเอียดของเส้นทางนอร์ธเวสต์พาสเสจ แต่แล้วก็ต้องผ่านไปอีก 170 ปี ถึงจะมีชายผิวขาวคนหนึ่งเห็นเรือเหล่านี้อีกครั้ง

หุ่นยนต์ค้นพบตำนานเรือจม

ซึ่งเป็นหน่วยงานป้องกันธรรมชาติและประวัติศาสตร์แคนาดา ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักหน่วง ขณะส่งทีมงานอีกทีม ออกไปค้นหาเรือเดินสมุทรที่หายไปของเซอร์จอห์น แฟรงคลิน การค้นหาอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 6 ปีในพื้นที่กว่า 800 ตารางกิโลเมตร บนพื้นสมุทร โดยใช้งบประมาณหลายล้านดอลลาร์ สหรัฐนั้นไม่เกิดความก้าวหน้าใดๆ ความหวังในการเผยความลับใหญ่ในประวัติศาสตร์การเดินเรือดูเหมือนจะล้มเหลว

ดังนั้น ในวันที่ 1 ต.ค. 2014 ทุกคนจึงดีใจอย่างมากเมื่อ ไรอัน แฮร์ริส กับมาร์ก-อองเดร แบร์นิเยร์ นักโบราณคดี ใต้น้ำรายงานว่า ในที่สุดก็ค้นพบเรือหลวง เอเรบัสบนพื้นสมุทร การค้นพบเกิดขึ้นโดย ROV (Remotely Operated Vehicle) หรือหุ่นยนต์ใต้น้ำ นักวิทยาศาสตร์สามารถกู้นาฬิกาและสิ่งอื่นๆ ของเรือเอเรบัสขึ้นมาได้

"ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเรือจมที่น่าประทับใจที่สุด เท่าที่ผมได้ดำน้ำสำรวจ" มาร์ก-อองเดร แบร์นิเยร์ กล่าว หลังจากการค้นพบครั้งใหญ่นี้ ซึ่งตำแหน่งที่พบยังเก็บไว้เป็นความลับอยู่เพราะเกรงจะเกิดการปล้น

แฟรงคลินเสียชีวิตตั้งแต่ต้น

พาร์กส์แคนาดาไม่ใช่หน่วยงานแรกที่พยายามหาตำแหน่งเรือจมและค้นพบว่าเกิดอะไรกับเรือสำรวจของแฟรงคลิน ในปี 1848-1854 หมู่เกาะอังกฤษใช้เงิน 760,000 ปอนด์ หรือราว 74,580,000 ปอนด์ในปัจจุบัน เพื่อค้นหาวีรบุรุษ ทางทะเลและเรือ 2 ลำของเขา คณะสำรวจกว่า 40 คณะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ถูกส่งออกไปค้นหาความลับนี้ แต่กว่าข่าวแรกที่ว่าด้วยชะตากรรมของการสำรวจจะไปถึงหมู่เกาะอังกฤษก็ลุถึงปี 1854 เมื่อนักสืบสวน อย่าง จอห์น เร ได้คุยกับกลุ่มชาวอินูอิตระหว่างที่เขาพักอยู่ใกล้กับอ่าวเพลลีย์ในแคนาดาตอนเหนือ

ชาวอินูอิตบอกกับเรว่า 4 ปีก่อน พวกเขาพบกลุ่มคนที่ป่วยและหิวโหย 40 คน ที่ใช้เรือเล็กและเลื่อน ต่อมา ชาวพื้นเมืองพบว่ากะลาสีราว 30 คน แข็งตายอยู่ในเต็นท์และอยู่ใต้เรือเล็กที่พลิกคว่ำอยู่ เพื่อใช้ป้องกันความหนาวเย็น เรได้ซื้อวัตถุต่างๆ ที่ชาวอินูอิตพบ เช่น อุปกรณ์ดาราศาสตร์ เหรียญ เกียรติยศ ของแฟรงคลินเหรียญหนึ่ง

การค้นพบที่น่าพรั่งพรึงของจอห์น เร ทำให้ภรรยาแฟรงคลินออกทุนให้ค้นหาสามีของเธออีกครั้ง เมื่อคณะสำรวจไปถึงเกาะคิงวิลเลียม ในปี 1859 พวกเขาค้นพบกระดูกของลูกเรือ จากเรือหลวงเทอร์เรอร์และเรือหลวง เอเรบัส ที่น่าตื่นตาที่สุดคือ การพบเอกสารซึ่ง ฟรานซิส โครซิเยร์ กัปตันเรือหลวงเอเรบัส ลงนามในวันที่ 25 เม.ย. 1848 ระบุว่า มีการสละเรือทั้งคู่หลังติดในน้ำแข็งตั้งแต่เดือน ก.ย. 1846 โดยผู้รอดชีวิต 105 คนวางแผนเดินทาง ลงใต้ บันทึกส่วนหนึ่งน่าสนใจมาก เพราะบอกว่า "แฟรงคลิน เสียชีวิตวันที่ 11 มิ.ย. 1857"

อินูอิตให้ข้อมูลนักวิทยาศาสตร์

การค้นพบเรือหลวงเอเรบัสในปี 2014 ทำให้ พาร์กส์ แคนาดาเร่งการค้นหา เรือหลวงเทอร์เรอร์ ซึ่งค้นพบในอีก 2 ปีต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2016 เรือวิจัย มาร์ติน เบิร์กแมน ได้ใช้โซนาร์สแกนและพบอะไร บางอย่างอยู่ นอกชายฝั่งเกาะคิงวิลเลียมในแคนาดา เหนือ เอเดรียน ชิมนาวสกี้ หัวหน้าคณะ สำรวจไม่เชื่อสายตาเมื่อกล้องใต้น้ำของเรือเผยว่าใต้น้ำแข็งมีอะไร ข้างใต้เขา และลูกเรือคือ ซากเรือหลวงเทอร์เรอร์ ที่จมอยู่ บัดนี้ 170 ปีแห่งการค้นหาได้สิ้นสุดลงแล้ว

แม้เรือวิจัยทั้งหมดจะมีเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่สิ่งที่นำนักวิทยาศาสตร์ไปสู่เรือของแฟรงคลินกลับไม่ต้องใช้เทคโนโลยีใดอย่างข้อมูลที่เชื่อถือได้จากชาวอินูอิต 7 ปีก่อนหน้า ในปี 2010 พรานท้องถิ่นอย่าง แซมมี่ ค็อกวิก ได้ "เห็นอะไรบาง อย่างโผล่ออกมาจากน้ำแข็ง" ระหว่างทางกลับบ้านในโจอาฮาเวน เมื่อมาร์ติน เบอร์แมน แวะไปที่โจอาฮาเวนในปี 2016 ค็อกวิกได้บอกลูกเรือถึงการค้นพบของเขา นักวิทยาศาสตร์จากแคนาดา ตัดสินใจจะเปลี่ยนเส้นทางเพื่อตรวจสอบข้อมูลนี้ และต่อมาก็ได้ค้นพบความลี้ลับใหญ่นี้ แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวพื้นเมืองแห่งอาร์กติกได้ชี้แนะเบาะแสว่าด้วยชะตากรรมหายนะของ เซอร์จอห์น แฟรงคลิน

กินเนื้อมนุษย์เพื่ออยู่รอด

ไม่เคยมีการพบร่างของแฟรงคลิน จึงยังไม่รู้ว่าเขาตายด้วย สาเหตุใด แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันต้องน่าหวาดกลัวมาก

การศึกษาโครงกระดูกจากเกาะคิงวิลเลียมแสดงให้เห็นว่า ลูกเรือตายเพราะพิษตะกั่ว โรคลักปิดลักเปิด ฯลฯ ยิ่งกว่านั้น ข่าวลือว่าเรือจมทำให้ลูกเรือต้องกินคน ยังแพร่ไปทั่วนับตั้งแต่ จอห์น เร สัมภาษณ์ชาวอินูอิตจากอ่าวเพลลีย์เมื่อกว่า 160 ปี ที่แล้วด้วย ย้อนกลับไปตอนนี้ ชาวพื้นเมืองบอกว่า พวกเขาเจอกระดูกมนุษย์ที่ถูกหักเป็น 2 ท่อน

ในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 นักโบราณคดีหลายคณะได้ค้นพบซากศพในน้ำแข็งของเกาะคิง วิลเลียม กระดูกมีรอยมีด ชัดเจน ยืนยันรายงานของชาว อินูอิต ในปี 2015 ไซมอน เมย์ส และโอเวน บีตตี้ นักมานุษยวิทยาตีพิมพ์รายงานสะเทือนขวัญ ซึ่งพิสูจน์ว่าแฟรงคลินและคณะได้ฝังรอยเขี้ยวบนศพเพื่อน การวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า กระดูกแตกหลายจุดและโดนความร้อนด้วย บีตตี้และเมย์สจึงสรุปว่า ลูกเรือต้มกระดูกของกะลาสีที่ตายเพื่อเอาไขกระดูกมากิน n

ข่าวล่าสุด

‘หมอออร์โธฯ ชวนก้าว’ ทะลุ 100 ล้าน! พลังคนไทยเพื่อ 13 รพ.

‘หมอออร์โธฯ ชวนก้าว’ ทะลุ 100 ล้าน! พลังคนไทยเพื่อ 13 รพ.