posttoday
แนะรัฐปรับแผนธงฟ้า อุ้มเบอร์ 2 ต่อรองลดราคา

แนะรัฐปรับแผนธงฟ้า อุ้มเบอร์ 2 ต่อรองลดราคา

06 กันยายน 2560

จะเรียม สำรวจนับว่าคืบหน้าไปพอสมควรสำหรับโครงการ "ประชารัฐ" สวัสดิการช่วยเหลือคนจนที่ลงทะเบียน นำบัตรสวัสดิการไปซื้อสินค้า คนที่รายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี ภายหลังได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จำนวน 5 ราย ได้แก่ สหพัฒนพิบูล ยูนิลีเวอร์ไทย คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มาร่วมโครงการนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย

จะเรียม สำรวจ

นับว่าคืบหน้าไปพอสมควรสำหรับโครงการ "ประชารัฐ" สวัสดิการช่วยเหลือคนจนที่ลงทะเบียน นำบัตรสวัสดิการไปซื้อสินค้า คนที่รายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี ภายหลังได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่จำนวน 5 ราย ได้แก่ สหพัฒนพิบูล ยูนิลีเวอร์ไทย คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล และเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ มาร่วมโครงการนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย

หลังจากได้ผู้ประกอบการนำสินค้าเข้ามาร่วม ภาครัฐก็เตรียมเดินหน้าขยายร้านค้าเครือข่าย เพื่อเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐทันที โดยภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมกระจายไปตามตำบลและหมู่บ้านต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 8,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการติดตั้งเครื่องรูดบัตร (EDC) เนื่องจากโครงการนี้จะมีการแจกเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยนำไปใช้จ่ายในรูปแบบบัตรสมาร์ทการ์ด

จากแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว ในมุมของผู้ประกอบการเอกชนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะถือเป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยได้จริง แต่สิ่งที่ภาคเอกชนบางส่วนมองว่าควรจะดำเนินการปรับปรุง เพื่อให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือการปรับรูปแบบการต่อรองนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาเข้าร่วมโครงการ

ทั้งนี้ เนื่องจากมองว่า สินค้าที่ผู้ประกอบการทั้ง 5 รายนำเข้ามาร่วมโครงการไม่ใช่แบรนด์สินค้าที่ผู้บริโภคต้องการอย่างแท้จริง เพราะส่วนใหญ่นำสินค้าแบรนด์รองเข้ามาร่วมโครงการ และราคาสินค้าควรลดได้มากกว่านี้ หากเปิดทางให้ร้านค้าส่งรายใหญ่ของแต่ละจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการต่อรองเจรจานำสินค้ามาจำหน่ายในโครงการ

สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า สินค้าที่ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคนำมาจำหน่ายในโครงการธงฟ้าประชารัฐ หากมองไปที่การต่อรองราคาสินค้าที่จะนำมาจำหน่ายถือว่าไม่แรง เมื่อเทียบกับที่ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคทำโปรโมชั่นเอง ซึ่งตอนนั้นถือว่ามีการลดราคาสินค้าแรงกว่า เนื่องจากแต่ละรายยังกั๊กๆ ที่จะนำสินค้าใหม่ๆ มาร่วมทำโปรโมชั่น แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจกับการเข้าร่วมโครงการกับภาครัฐ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาครัฐควรมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินการ ด้วยการมอบหมายร้านค้าส่งรายใหญ่ของแต่ละจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการต่อรองผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะร้านค้าส่งจะทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคว่าต้องการสินค้ากลุ่มไหน ซึ่งแต่ละภูมิภาคอาจมีความต้องการสินค้าที่แตกต่างกันไป

นอกจากนี้ ร้านค้าส่งรายใหญ่ในแต่ละจังหวัดยังมีวิธีการต่อรองราคากับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคได้ถูกกว่าภาครัฐเจรจา เช่น ภาครัฐอาจต่อรองให้ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคนำสินค้ามาลดราคาได้ 15-20% แต่ถ้าเป็นผู้ประกอบการค้าส่งรายใหญ่ของจังหวัดนั้นๆ จะสามารถต่อรองราคาให้ลดลงได้มากถึง 30-40% โดยเฉพาะการเจรจาต่อรองกับผู้ประกอบการเบอร์ 2 ในตลาด

สมชาย กล่าวต่อว่า หากภาครัฐมีการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคเบอร์รองในตลาดขายสินค้าในมากขึ้นก็จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นเบอร์ 1 ในตลาดหันกลับมามองเบอร์ 2 และออกมาทำ โปรโมชั่นแข่งกับเบอร์ 2 ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ผู้บริโภคย่อมได้ประโยชน์สูงสุดในการซื้อสินค้า คืออาจได้สินค้ามากขึ้นในวงเงินที่ภาครัฐให้เท่าเดิม

แนวทางดังกล่าวนอกจากจะเป็นการช่วยให้ผู้บริโภคได้สินค้ามากขึ้นแล้ว ยังถือเป็นการช่วยกระจายรายได้ให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค หรือร้านโชห่วย ซึ่งปัจจุบันค่อนข้างถูกผู้ประกอบการ รายใหญ่ในตลาดเอาเปรียบ

การออกมาประกาศแนวคิดดังกล่าวของสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย จะได้รับการพิจารณาจากภาครัฐหรือไม่คงต้องตามต่อ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร บุคคลที่มีแต่ได้จากโครงการนี้คือผู้บริโภค แต่จะได้ประโยชน์มากหรือประโยชน์น้อย ตอนนี้ทุกอย่างคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของภาครัฐ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน