posttoday
สนามบินหนาแน่น 'Good Problem' ที่ต้องเร่งแก้

สนามบินหนาแน่น 'Good Problem' ที่ต้องเร่งแก้

05 กันยายน 2560

ประเด็นผู้โดยสารหนาแน่นที่สนามบินดอนเมือง สื่อมวลชนหลายแขนงได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง หลังจากอาจารย์ท่านหนึ่งได้โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังข่าวออกไปเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกลายเป็นจำเลยสังคมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ประเด็นผู้โดยสารหนาแน่นที่สนามบินดอนเมือง สื่อมวลชนหลายแขนงได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง หลังจากอาจารย์ท่านหนึ่งได้โพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังข่าวออกไปเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกลายเป็นจำเลยสังคมถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

การแก้ไขปัญหาผู้โดยสารหนาแน่น ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันทำงานแบบบูรณาการทั้งระบบ ลำพัง ตม.เองไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ทั้งหมด จากสถิติช่วงที่ผ่านมาสนามบินดอนเมืองมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึงระดับ 4 หมื่นคน/วัน เพิ่มจากเมื่อปี 2555 ถึงกว่า 4 เท่าตัว เกินขีดความสามารถทั้งทางด้านกายภาพและกำลังเจ้าหน้าที่

แต่หากมองอีกมุมถือเป็น "Good Problem" หรือ "ปัญหาดี" ที่ ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยล่าสุดเว็บไซต์เดอะมิร์เรอร์ของอังกฤษ ได้รายงานผลการจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวระยะยาวของเมืองต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งสำรวจโดย Post Office Travel Money ปรากฏว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลานานแต่คุ้มค่ามากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ประจำปี 2017 โดยนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเงินน้อยที่สุดและได้รับบริการในระดับคุณภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆ ทั้งค่าโรงแรมที่พัก ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสถานที่สำคัญ ค่าพาหนะ และค่าอาหาร นอกจากนี้กรุงเทพฯ ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยกิจกรรมและวัฒนธรรมที่ชวนให้สัมผัส รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยเฉพาะวัดวาอารามและพระบรมมหาราชวังที่วิจิตรงดงาม ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคนไทย

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา ล่าสุด ตม.เสริมเจ้าหน้าที่ใน สนามบินนานาชาติทุกแห่งอีกกว่า 300 นาย เพื่อแก้ไขปัญหาเป็น การด่วน ส่วนการท่าฯ เจ้าของพื้นที่รับจะแก้ไขปัญหาทางด้านกายภาพ ทั้งขยายพื้นที่รองรับผู้โดยสาร และเพิ่มจำนวนเคาน์เตอร์ช่องตรวจ และพิจารณาปรับตารางเที่ยวบินไม่ให้ผู้โดยสารหนาแน่นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ

นอกจากนี้ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมกับกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจ การบินฯ เปิดให้คนต่างชาติสามารถใช้ช่องตรวจอัตโนมัติได้ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารชาวต่างชาติได้รับความสะดวกในการเดินทาง

ระบบ Auto Gate เป็นไปตามนโยบาย "THAILAND 4.0" ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนโยบายด้านความมั่นคงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ด้วยการนำนวัตกรรมมาเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แก้ไขปัญหาผู้โดยสารหนาแน่นในสนามบิน อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านกายภาพและกำลังพล ทั้งพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารและจำนวนเคาน์เตอร์ช่องตรวจ เน้นการให้บริการด้วยความสะดวก รวดเร็ว ลดปริมาณผู้โดยสารที่เข้าตรวจกับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาผู้โดยสารหนาแน่นในสนามบินอย่างเป็นรูปธรรม

ในระยะแรกได้เปิดให้ผู้โดยสารจากประเทศสิงคโปร์ใช้งานเป็นประเทศแรก ตามความตกลงในลักษณะแลกเปลี่ยน ซึ่งประเทศสิงคโปร์กำลังพิจารณาเปิดให้คนไทยใช้ช่องตรวจ Auto Gate ของสิงคโปร์เช่นกัน ระบบช่องตรวจ Auto Gate จะทำการจัดเก็บข้อมูลของผู้ โดยสาร ภาพถ่าย และลายพิมพ์นิ้วมือ เพื่อใช้ในการตรวจสอบยืนยันตัวตนในการเดินทางครั้งถัดไป และทำงานร่วมกับระบบตรวจสอบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ตรวจสอบผู้โดยสารทันทีที่ เช็กอินกับสายการบิน ทำให้ระบบมีความปลอดภัยสูง เชื่อถือได้ เสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ

ขณะนี้ได้เปิดทดลองให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นจะขยายไปถึงสนามบินนานาชาติทั่วประเทศ อาทิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานอู่ตะเภา พร้อมทั้งเปิดให้ชาติอื่นๆ มาลงทะเบียน โดยจะพิจารณาเป็นรายประเทศ เน้นประเทศที่นักท่องเที่ยวมีศักยภาพสูง แต่ละปีมีประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยคำนึงถึงเหตุผลด้านความมั่นคงเป็นหลัก

ถือเป็นการทำงานเชิงรุก นำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาผู้โดยสารคับคั่งในสนามบินอย่างเป็นรูปธรรม ตามแบบ "ฉุกคิด เร่งทำ" ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ผลักดันเศรษฐกิจไทยไปข้างนอก ควบคู่ความมั่นคงของประเทศ n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่