posttoday
‘มัณฑะเลย์’ ขุมทองแห่งใหม่ของไทย

‘มัณฑะเลย์’ ขุมทองแห่งใหม่ของไทย

05 กันยายน 2560

หลังจากที่เมียนมาเปิดประเทศก็ยิ่งเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมียนมาในสายตาของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเมียนมามีการปรับแก้กฎหมายการลงทุนให้เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ซึ่งนักลงทุนจากต่างชาติก็เริ่มขยายออกไปยังหัวเมืองใหม่ๆ ของเมียนมา เพื่อหาโอกาสให้กับธุรกิจ

หลังจากที่เมียนมาเปิดประเทศก็ยิ่งเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมียนมาในสายตาของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเมียนมามีการปรับแก้กฎหมายการลงทุนให้เอื้อต่อการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ซึ่งนักลงทุนจากต่างชาติก็เริ่มขยายออกไปยังหัวเมืองใหม่ๆ ของเมียนมา เพื่อหาโอกาสให้กับธุรกิจ

"มัณฑะเลย์" เป็นอีกเมืองของเมียนมาที่มีศักยภาพและเป็นโอกาส ในการเข้าไปลงทุนสำหรับนักธุรกิจไทย เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่อันดับต้นๆ ของเมียนมา ซึ่งทางบริษัท บางกอก โพสต์ ได้ร่วมกับ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จัดงานสัมมนา CLMVT ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกแห่งอนาคต "Mandalay Super Gateway โอกาสการค้า การลงทุน" ขึ้นมา

ณัฐพงศ์ วิศิษฐ์กิจการ กรรมการบริหาร ด้านความสัมพันธ์ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม และคณะกรรมการบริหารสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา ให้ข้อมูลสนับสนุนว่า มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่น่าสนใจ ทั้งในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็กอย่างเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอีไทยที่น่าจะเป็นโอกาสดีในการใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายธุรกิจออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า มัณฑะเลย์เป็นเมืองหลวงเก่าของเมียนมา ทำให้คนเมียนมาจริงๆ ในเมืองนี้จะชอบทำการค้าขาย เลยทำให้มีเจ้าของกิจการเกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งก็เป็นโอกาสของเอสเอ็มอีไทยที่จะเข้ามาหาความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อขยายตลาดส่งออกต่อไป

"ถ้าพูดถึงเจ้าของกิจการใน เมียนมา มัณฑะเลย์ถือว่ามีจำนวนมากที่สุด และส่วนใหญ่ยังเป็นธุรกิจขนาดกลาง และเล็ก และธุรกิจในมัณฑะเลย์ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มเทรดดิ้งและเกษตรกรรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไทยมีความถนัด จึงเป็นเรื่องที่ดีหากเอสเอ็มอีไทยจะเข้ามาร่วมกับเอสเอ็มอีในมัณฑะเลย์พัฒนาธุรกิจทั้งในด้านกระบวนการผลิตและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น และใช้มัณฑะเลย์ที่เป็นจุดกลางในการเชื่อมตลาดทั้งไทย เมียนมา จีน และอินเดีย" ณัฐพงศ์ กล่าว

ณัฐพงศ์ กล่าวว่า ความจริงต้องมองว่า ไทยกับเมียนมาต้องโตไปด้วยกัน เพราะถ้าเมียนมาโต ไทยก็โตไปด้วย แต่หากปล่อยให้เมียนมาโตแบบแกร็นๆ และปล่อยให้นักลงทุนจาก ชาติอื่นๆ เข้ามาปักหมุดจนหมด โดยเฉพาะในอนาคตเชื่อว่า นักลงทุน รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาจะกรูเข้ามาเมียนมาและมัณฑะเลย์ และถึงเวลานั้นค่อยตัดสินใจเข้าไป แล้วจะไปแข่งกับรายใหญ่ได้อย่างไร

สำหรับธุรกิจในมัณฑะเลย์ที่มีศักยภาพและมองว่านักธุรกิจไทยมีความพร้อมที่จะเข้ามาลงทุนได้ คือ ธุรกิจ เทรดดิ้ง อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ทั้งในด้านการแปรรูปผลไม้ อบแห้ง ฟาร์มปศุสัตว์ และอุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง เพราะเมียนมามีการขยายเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และสินค้า ส่วนใหญ่ที่เข้ามาในเมียนมาก็มีทั้ง ของจากจีน อินเดียและไทย แต่โดย ส่วนใหญ่แล้วคนเมียนมายังเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทยมากกว่า จึงเป็นโอกาสของสินค้าไทยที่จะเข้ามา

ธุรกิจอีกตัวที่น่าสนใจคือ ธุรกิจ ด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ธุรกิจโรงแรม ร้าน อาหารและสปา เพราะคนท้องถิ่นในมัณฑะเลย์เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและพร้อมที่จะจ่าย ที่สำคัญราคาค่าเช่า ที่ดินในมัณฑะเลย์ยังถูกกว่าย่างกุ้งมาก จึงทำให้ธุรกิจมีต้นทุนต่ำกว่า ดังนั้น จึงเป็นอีกปัจจัยที่น่าคิด

ด้าน กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สากลธุรกิจเลิศรวมมิตร กล่าวว่า นักธุรกิจไทยที่ชำนาญการทำตลาดในซีแอลเอ็มวี ได้เผยกลยุทธ์การเจาะตลาดเมียนมาว่า ก่อนอื่นอยากให้คนไทยรู้และมองคนเมียนมาใหม่ เพราะไม่ว่าอย่างไรไทยก็อยู่ติดกับเมียนมา ไปตลอด ต้องทำความเข้าใจเขา เพราะมัณฑะเลย์เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้า และเป็น 1 ใน 6 เส้นทางสำคัญของเส้นทาง One Belt One Road ของ จีน ทำให้เชื่อว่าโอกาสการค้าจะเกิดขึ้น บนเส้นทางนี้แน่นอน ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับเส้นทางนี้มาก เนื่องจากต้องการใช้เป็นทางผ่านออกสู่ทะเลทางฝั่งตะวันตก (เจ้าผิว)

"ปัจจุบันมีการลงทุนต่างชาติเข้ามาในเมียนมาเยอะมาก นักลงทุนไทยเอง ก็ไม่ควรตกขบวนรถไฟเส้นนี้ เพราะ เมื่อไหร่ที่สงครามความไม่สงบบริเวณชายแดนจีนกับเมียนมายุติลง มัณฑะเลย์จะกลายเป็นจุดผ่านแดนที่ดีที่สุด ที่จีนจ้องมานานและพร้อมที่จะเข้ามา ซึ่งจะทำให้ภาพการค้าในบริเวณนี้ก็จะโตแบบกระโดดจนฉุดไม่อยู่" กริช กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน