
ที่สุดแห่งแฟชั่นโชว์ Elle Fashion Week 2017
เรื่อง พุสดีภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์ยังคงความร้อนแรงและตระการตาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 สำหรับงานแฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย Elle Fashion Week 2017 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไฮไลต์ของโชว์ในวันนี้ยังไม่ได้ลดดีกรีความอลังการลงจากโชว์ 2 วันแรกแม้แต่น้อย เปิดโชว์ด้วยกองทัพนาย-นางแบบที่พาเหรดกันอวดโฉมผลงานของ 6 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จาก Thai Designers Beyond Boundaries ที่ได้รับการสนับสนุนโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
เรื่อง พุสดีภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
ยังคงความร้อนแรงและตระการตาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 สำหรับงานแฟชั่นโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย Elle Fashion Week 2017 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไฮไลต์ของโชว์ในวันนี้ยังไม่ได้ลดดีกรีความอลังการลงจากโชว์ 2 วันแรกแม้แต่น้อย เปิดโชว์ด้วยกองทัพนาย-นางแบบที่พาเหรดกันอวดโฉมผลงานของ 6 ดีไซเนอร์รุ่นใหม่จาก Thai Designers Beyond Boundaries ที่ได้รับการสนับสนุนโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
นำทีมมาโดย La Orr แบรนด์เครื่องประดับที่นำเสน่ห์ของดอกกล้วยไม้มาเป็นแรงบันดาลใจ ตามมาด้วย Jittrakarn แบรนด์เครื่องประดับที่นำแนวความคิดและแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แนวไซ-ไฟมาสร้างสรรค์เครื่องประดับ โดยใช้เทคโนโลยีและวัสดุใหม่ในการผลิตชิ้นงานที่มีความซับซ้อน แข็งแรง แต่แปลกใหม่
ขณะที่แบรนด์ Chat นำแรงบันดาลใจมาจากโครงการหลวงเพื่อชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น มาผสานกับเทคนิคการขึ้นชิ้นงานแบบแฮนด์คราฟเพื่อให้ดูมีความพลิ้วไหวและเป็นธรรมชาติ ส่วนแบรนด์ Navy หยิบแรงบันดาลใจจากแลนด์สเคปของสถานที่ต่างๆ มาถ่ายทอดเป็นลายผ้าอย่างน่าสนใจ
ด้าน Paul Direk ชูความโดดเด่นด้วยการนำวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายและใยกัญชา มาสะท้อนถึงความสมดุลของโลกและสิ่งแวดล้อม ปิดท้ายด้วย Q Design And Play ที่เลือกหยิบเอาเสน่ห์ของผ้าสูทเทเลอร์เมดมาใช้ พร้อมนำเสื้อยืดวินเทจมาทำเป็นซับในผสานกับโครงสร้างแบบโอเวอร์ไซส์จนเกิดเป็นผลงานที่โดดเด่น
อุ่นเครื่องด้วยโชว์จากดีไซเนอร์น้องใหม่ไปแล้ว ถึงเวลาคืนรันเวย์ให้กับดีไซเนอร์วัยเก๋าของวงการที่จะชวนทุกคนไปต้องมนต์สะกดที่เรียบนิ่งแต่สวยงามตระการตาของ วทิต อิทธิ (Vatit Itthi) ซึ่งไม่ทำให้แฟนๆ ที่รอคอยผิดหวังเช่นเคย ด้วยคอลเลกชั่น Fall/Winter 2017 ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนักสะสมงานศิลปะในช่วงยุค 50's ที่มีสไตล์เฉพาะตัวและมีอิทธิพลต่อวงการศิลปะในยุคนั้น โดยทุกชุดยังคงเน้นงานแฮนด์เมด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เช่นเดิม ทั้งงานที่เป็นเรดี้ทูแวร์และชุดเจ้าสาวตามสไตล์ที่ถนัด โดยในคอลเลกชั่นนี้ 2 ดีไซเนอร์คนเก่งเลือกสะท้อนความเรียบโก้ แต่แฝงรายละเอียดและงานตัดเย็บที่ประณีต
ส่งท้ายค่ำคืนที่ไม่อยากหลับใหล ด้วยอีกหนึ่งความพิเศษจากคลอเซ็ท (Kloset) กับคอลเลกชั่น Wakeup and Rise ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์จีน In The Mood For Love ของผู้กำกับหว่องกาไว ดึงเอาโทนสีและแสงที่สวยงาม เต็มไปด้วยกลิ่นอายวินเทจอย่างสีเหลืองมัสตาร์ด สีแดงมารูนและเขียวหยกมาใช้อย่างน่าสนใจ สะท้อนผ่านโครงสร้างและลวดลายหลักของคอลเลกชั่น
สมกับเป็นโชว์ปิดท้ายของค่ำคืนนี้ที่ แสนประทับใจ n







