
TTAสดใส ค่าระวางขาขึ้น
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือนั้นถือเป็นธุรกิจสำคัญของบริษัทโทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) แม้ที่ผ่านมาบริษัทจะให้น้ำหนักกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจใหม่มากขึ้น แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือและยังลงทุน
จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือนั้นถือเป็นธุรกิจสำคัญของบริษัทโทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) แม้ที่ผ่านมาบริษัทจะให้น้ำหนักกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจใหม่มากขึ้น แต่ก็ยังให้ความสำคัญกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือและยังลงทุน
สำหรับไตรมาส 2 ที่ผ่านมา TTA มีรายได้รวม 3,597 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดา) 611.9 ล้านบาท เพิ่ม 12% กำไรสุทธิ 214.7 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 31 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สัดส่วนรายได้มาจากการขนส่งทางเรือ 26% เพิ่มจากไตรมาส 2 ปีก่อนที่มีสัดส่วน 23% ขณะที่อีบิตดามาจากธุรกิจขนส่งทางเรือคิดเป็น 39% เพิ่มขึ้นมากจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่อีบิตดามาจากธุรกิจขนส่งทางเรือแค่ 2% โดยภาวะตลาดขนส่งสินค้าทางเรือและอัตราค่าระวางเรือฟื้นตัวเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ผลการดำเนินงาน TTA สดใส
อัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยของบริษัทไตรมาส 2 อยู่ที่ 8,614 ดอลลาร์สหรัฐ/วัน เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เป็นเงินสดอยู่ที่ 5,064 ล้านดอลลาร์/วัน เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสแรกแต่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
จิเทนเดอร์ พอล เวอร์มา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน TTA กล่าวว่า รายได้ ที่ดีขึ้นของธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าระวาง ขณะที่โครงสร้างต้นทุนระวางสินค้าก็รักษาให้คงที่เป็นอัตราที่แข่งขันได้ ทำให้ทำกำไรได้ดีขึ้น มีส่วนต่างกำไรเพิ่มขึ้น ด้านอัตราการใช้ประโยชน์เรือก็สูงถึง 98%
ทั้งนี้ 2 ปีก่อน ธุรกิจเดินเรือมาแรงมาก เมื่อนักลงทุนเห็นดัชนีค่าระวางเรือ (บอลติก ดาย อินเด็กซ์ หรือบีดีไอ) สูง ค่าระวางเรือดีก็รีบเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้ ทำให้จำนวนเรือในตลาดมีมากขึ้น การลงทุนส่วนใหญ่มาจากกองทุนต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มาก่อน กระทั่งค่าระวางเรือลดไปมาก ทำให้นักลงทุนเริ่มมองว่าลงทุนแล้วไม่ได้กำไรอย่างที่คิด คนที่คิดจะลงทุนใหม่ก็เริ่มชะลอลงทุนไป
เมื่อให้มองทิศทางธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือปีนี้ ก็เชื่อว่าธุรกิจน่าจะเป็นขาขึ้น สอดคล้องกับดัชนีบีดีไอที่เป็นขาขึ้นอยู่
เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ดัชนีบีดีไอลดลงไปมาก ทำให้รายได้จากการขนส่งสินค้าทางเรือลดลง บริษัทก็พยายามหารายได้ ส่วนอื่นมาเพิ่มขึ้น แม้ช่วงนั้นค่าระวางเรือจะลดลง บริษัทก็ยังลงทุนเรืออยู่
ขณะที่ปีนี้ก็เดินหน้าปรับปรุงกองเรือเพื่อพัฒนากองเรือบรรทุกสินค้าแห้งเทกองให้ทันสมัยและได้มาตรฐาน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยขายเรือไป 1 ลำ เดือน เม.ย.และซื้อเรือเพิ่ม 2 ลำ ช่วงเดือน พ.ค. 1 ลำ และเดือน ก.ค.อีก 1 ลำ ราคา 7.9 ล้านดอลลาร์ และ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ทำให้บริษัทเป็นเจ้าของเรือทั้งหมด 21 ลำ
ทั้งนี้ ธุรกิจขนส่งทางเรือเคยมี คู่แข่งเข้ามามากช่วง 3 ปีก่อนที่ค่าระวางเรือเคยขึ้นไปสูงถึง 1.2-1.3 หมื่นดอลลาร์/วัน ช่วงนั้นกองทุนต่างประเทศที่ต้องการหาผลตอบแทน 5-6% ก็เห็นโอกาสที่ธุรกิจด้านนี้ดีจึงเข้ามาซื้อเรือ แต่กองทุนเหล่านี้ก็เข้ามาเพื่อการเก็งกำไรเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในธุรกิจระยะยาว
ต่อมา ดัชนีบีดีไอตกลงอย่างต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมาลงไปต่ำสุดช่วงเดือน ก.พ.อยู่ที่กว่า 3,000 ดอลลาร์/วัน แต่ก็เป็นช่วงสั้นเท่านั้น ช่วงนั้นก็ทำให้คนที่วางแผนต่อเรือเพิ่มเปลี่ยนใจไม่ต่อ
ปัจจุบัน ดัชนีบีดีไอปรับขึ้นมา ค่าระวางเรือก็ขยับอยู่ที่กว่า 8,000 ดอลลาร์/วัน บริษัทก็มองการซื้อเรือมือสองเข้ามาเพิ่มอีก 1-2 ลำ ถ้ามีโอกาส
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย เวลท์ ประเมินว่า TTA มีโอกาสฟื้นตัวในปีนี้จากปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของค่าระวางเรือและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง โดยดัชนีบีดีไอวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 1,247 จุด ปรับตัวขึ้น 28% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงครึ่งปีแรกของปีอยู่ที่ 974.8 จุด คาดว่าดัชนีค่าระวางเรือฟื้นตัวต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพราะความต้องการนำเข้าถ่านหินและแร่เหล็กคุณภาพสูงของจีนที่เพิ่มขึ้น ตามนโยบายควบคุมมลภาวะและเน้นการผลิตเหล็กคุณภาพสูง อีกทั้งจีนเร่งนำเข้าถ่านหินก่อนเข้าฤดูหนาว ภาพรวมอุตสาหกรรมเรือเทกองช่วงที่เหลือของปีดูสดใสต่อเนื่องถึงปีหน้าจากการค้าที่ฟื้นตัว โดยองค์การ การค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) คาดว่าปริมาณการค้าทั่วโลกปีนี้จะเร่งตัวขึ้น 2.4%
ด้านธุรกิจอื่นของบริษัทก็มีแนวโน้มโตดี เช่น ธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่งของ เมอร์เมด มาริไทม์ เข้าฤดูกาลธุรกิจไตรมาส 2-3 ธุรกิจปุ๋ยในเวียดนามของบริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ กลับมาเน้นขายในประเทศและอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ธุรกิจถ่านหินของ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จะดีขึ้นตามราคาถ่านหินที่ฟื้นตัว ดังนั้นบริษัทคาดว่า TTA จะฟื้นจากขาดทุนสุทธิปีก่อน 418 ล้านบาท มามีกำไรสุทธิ 1,543 ล้านบาท ในปีนี้ และ 1,761 ล้านบาท ในปีหน้า
เมื่อขนส่งทางเรือสดใส กลุ่ม บริษัทที่มีธุรกิจด้านนี้ก็สดใสตาม







