
ส่องอัตราเงินเฟ้อญี่ปุ่น
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทยพัฒนาการของตลาดแรงงานญี่ปุ่นดีขึ้นมากตามภาวะที่เศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว หลังได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากนโยบายธนู 3 ดอกของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ทำให้อัตราการว่างงานปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 8 ปี หากอ้างอิงทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วย Phillips Curve ที่แสดงความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้ามของอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อ นั่นคือ เมื่ออัตราการว่างงานลดลง อัตราเงินเฟ้อควรจะปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันที่ 0.4% นับว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% มาก ทำให้เกิดคำถามว่า ญี่ปุ่นจะหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจมายาวนานกว่า 30 ปี ได้หรือไม่
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทย
พัฒนาการของตลาดแรงงานญี่ปุ่นดีขึ้นมากตามภาวะที่เศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัว หลังได้รับแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากนโยบายธนู 3 ดอกของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ทำให้อัตราการว่างงานปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 8 ปี หากอ้างอิงทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วย Phillips Curve ที่แสดงความสัมพันธ์ในทางตรงกันข้ามของอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อ นั่นคือ เมื่ออัตราการว่างงานลดลง อัตราเงินเฟ้อควรจะปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อปัจจุบันที่ 0.4% นับว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% มาก ทำให้เกิดคำถามว่า ญี่ปุ่นจะหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจมายาวนานกว่า 30 ปี ได้หรือไม่
ทำไมตลาดแรงงานที่ดีขึ้น จึงไม่สามารถกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อให้ญี่ปุ่นได้ นโยบายรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้แม่บ้านเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น หรือแม้แต่การขยายอายุเวลาเกษียณให้ยาวขึ้น ล้วนน่าจะส่งผลให้เกิดความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นและผลักดันให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นได้
มีข้อมูลที่น่าสนใจและอาจใช้อธิบายสถานการณ์ลักษณะนี้ได้ ส่วนของปัจจัยในประเทศ ได้แก่ ค่าจ้างไม่ปรับสูงขึ้นมากเพราะแรงงานส่วนใหญ่ไม่เรียกร้องขอค่าจ้างเพิ่ม เนื่องจากมองว่าความมั่นคงของการมีงานทำสำคัญกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทผู้ผลิตก็ไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าแม้ในภาวะที่อุปทานเริ่มตึงตัว เพราะไม่แน่ใจว่าจะสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้ หากต้องเผชิญภาวะการแข่งขันสูงจากทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ แนวโน้มของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในญี่ปุ่น ทำให้จำนวนประชากรวัยทำงานลดลง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่หันมาเน้นการออม ส่งผลให้ไม่มีแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ส่วนปัจจัยระดับโลก ได้แก่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าไม่ปรับสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น สินค้าประเภทเทคโนโลยีใหม่ๆ มีอายุการใช้งานนานขึ้น ขณะที่ราคากลับปรับลดลงมาก เมื่อเทียบกับในอดีต
แม้อัตราเงินเฟ้อต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าการลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ เศรษฐกิจในประเทศค่อยๆ ฟื้นตัว จีดีพีขยายตัวติดต่อกันได้เป็นไตรมาส 6 ตามด้วยตัวเลขการบริโภคและการใช้จ่ายที่กระเตื้องขึ้นตามลำดับ ย่อมเป็นโอกาสสำหรับบริษัทที่มีการบริหารจัดการดี ดังนั้น การคัดเลือกหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะลงทุนมีความสำคัญมากกว่าการลงทุนเฉลี่ยทั้งตลาดผ่านดัชนีตลาดหุ้น







