posttoday

บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง

03 กันยายน 2560

เมื่อเร็วๆ นี้มีคนถามผม เรื่องคำกล่าวจีนที่ว่า “บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง ฮ่องเต้ละเมิดกฎหมาย โทษเท่าสามัญชน”

โดย กรกิจ ดิษฐาน

เมื่อเร็วๆ นี้มีคนถามผม เรื่องคำกล่าวจีนที่ว่า “บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง ฮ่องเต้ละเมิดกฎหมาย โทษเท่าสามัญชน”

(&>2283;&>6377;&>2283;&>7861; &>3478;&>6377;&>3478;&&5215;&<2290;&&2305;&>0351;&>2825;&>3376;&>9359;&>7861; &>0134;&&3287;&>4246;&>7665;&>1516;&&2618;)

คนถามเขาสงสัยว่า คำพูดนี้มันจริงขนาดไหน? เพราะไม่เคยได้ยินว่าฮ่องเต้ถูกลงโทษ หรือลงโทษตัวเอง ผมพยายามค้น ปรากฏว่าไม่น่าจะมีจริงๆ และตามหลักการแล้วฮ่องเต้ไม่ถูกผูกมัดด้วยกฎหมาย เพราะทรงเป็นผู้รับโองการสวรรค์ ซึ่งประหนึ่งกฎหมายสูงสุดอยู่แล้ว แต่ฮ่องเต้จะทรงทำตัวตามใจชอบไม่ได้ เพราะแม้จะอยู่เหนือกฎหมาย แต่ไม่อยู่เหนือจริยธรรม ซึ่งมีพลานุภาพยิ่งกว่ากฎหมายเสียอีก หากฮ่องเต้ไม่มีจริยธรรม ความชอบธรรมก็หมด ต่อให้มีกฎหมายมากมาย ผู้คนไม่เห็นว่าเป็นผู้รับโองการสวรรค์ที่แท้จริง คราวนี้จะต่อต้านก็ไม่ผิดอะไร

ดังนั้น ฮ่องเต้ที่ดีเวลาขุนนางทูลทัดทาน จะต้องฟังและปรับปรุงตัวเอง นี่เป็นจริยธรรมแบบขงจื๊อที่ฮ่องเต้จีนพยายามจะไม่ขัดขืน ในเกาหลีที่จริยธรรมขงจื๊อเข้มข้นมาก ราชันไม่มีอำนาจตามใจชอบเลย ต้องขึ้นกับบัณฑิต/ขุนนางกำกับให้ถูกคลองธรรม (อย่างที่เคยเขียนไว้ว่า ผู้ปกครองเอเชียตะวันออกนั้นกลัวจะถูกบันทึกประวัติศาสตร์ในแง่ลบ แต่เรื่องนี้ซับซ้อนผมขอละไว้)

ดังนั้น ประมวลกฎหมายจีนโบราณจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นกฎหมาย (&>4459;) กับส่วนที่เป็นโองการคำสั่งสอน (&>0196;) ฮ่องเต้/รัฐบาลจะบังคับให้ประชาชนจดจำคำสั่งสอนบรรทัดฐานให้ขึ้นใจ ซึ่งมีแค่ไม่กี่ข้อ เช่น ความชั่ว 10 ประการ (&>1313;&>4694;) ถ้าปฏิบัติตามนี้ไม่ได้ค่อยจัดการด้วยกฎหมาย ซึ่งตราไว้ละเอียดลออ เช่น กฎหมายราชวงศ์หมิง (&>2823;&>6126;&>4459;) ที่จูหยวนจางสั่งให้ตราขึ้น ซึ่งเน้นตราบรรทัดฐานก่อน เพื่อให้ความรู้ประชาชนในเรื่องที่ควรไม่ควรทำ แล้วค่อยตรากฎหมายประกาศโทษ ถ้าสอนแล้วไม่จำ

จูหยวนจาง มีวิธียัดกฎหมายใส่หัวประชาชนที่ประหลาดมาก สั่งว่า ใครไม่มีประมวลกฎหมายนี้ติดตัว เวลาทำผิดโทษเพิ่มเท่าหนึ่ง หากคนใดทำผิดแต่มีประมวลกฎหมายติดตัวไว้ โทษลดเท่าหนึ่ง ถึงขนาดสั่งในเวลาต่อมาว่า ถ้าใครไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่ถือเป็นราษฎรให้ขับออกจากแผ่นดินไปเสีย ซึ่งผมว่าวิธีการมันแปลกๆ พิกล แต่คิดคงช่วยกระตุ้นให้ประชาชนซื้อหากฎหมายมาไว้กับตัว จะอ่านไม่อ่านก็อีกเรื่อง

ขณะที่เมืองไทยเรานั้นกฎหมายตราสามดวงมีปริมาณบานตะไท (นี่ขนาดถูกเผาไปตอนเสียกรุงพอควรแล้ว) แต่มีช่วงหนึ่งที่ไม่สนับสนุนให้เผยแพร่กฎหมาย เพราะกลัวประชาชนหัวหมอ

บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง

ไหนๆ ก็เขียนถึงฮ่องเต้จีนแล้ว ขอทิ้งท้ายด้วยตารางชีวิตของฮ่องเต้สมัยราชวงศ์ชิง ให้ดูกันว่าการเป็นเจ้าแผ่นดินไม่ใช่ว่าเป็นองค์อธิปัตย์ จะนั่งกินนอนกินสบายๆ ไม่ได้ วันทั้งวันต้องแบ่งเวลาทำงานกับเรื่องส่วนพระองค์ให้เหมาะเจาะ

ลำดับชีวิตตั้งแต่ตื่นจนถึงบรรทมของฮ่องเต้จีน มีดังนี้

• ตี 5 ทรงตื่นบรรทม แต่งพระองค์ตามฤดูกาล หรือวโรกาส ในช่วงวันยังต้องเปลี่ยนฉลองพระองค์ตามวาระ แต่งพระองค์เสร็จแล้วไหว้พระ

• 6 โมงเช้า ศึกษาบันทึกประวัติศาสตร์ อ่านคติพจน์โบราณ เรียนรู้ความสำเร็จและความผิดพลาดในอดีต เพื่อนำมาใช้เป็นบทเรียนปกครองประเทศ

• 7 โมงเช้า ทรงเสวยพระกระยาหารเช้า ตามธรรมเนียมแมนจู จะทรงเสวยสำรับหลัก 2 มื้อ คือมื้อเช้ากับมื้อบ่าย ระหว่างเสวยเจ้ากรมวังกับเจ้ากรมราชตระกูล เข้าเฝ้าสนองรับสั่ง ระหว่างนี้ทรงอ่านรายงาน อ่านฎีกา แล้วสดับรายชื่อขุนนางที่จะขอเข้าเฝ้าโดยขันทีหลวงเป็นผู้อ่าน จากนั้นทรงเรียกขุนนางมาเข้าเฝ้า ซักถามเรื่องในรายงาน

• 9 โมงครึ่ง ประชุมขุนนาง ชั่วโมงครึ่ง ตามธรรมเนียมประชุมใหญ่ทุกๆ วันที่ 5, 15 และ 25 แต่ฮ่องเต้บางองค์ เช่น คังซี ประชุมทุกวัน

• 11 โมง เสด็จกลับพระตำหนัก ทรงตรวจรายงาน อนุมัติหรือไม่อนุมัติกิจการบ้านเมือง

• บ่าย 2 โมงครึ่ง เสวยพระกระยาหารบ่าย เป็นมื้อหลักมื้อที่ 2 หลังจากนั้นทรงพักผ่อนตามพระราชอัธยาศัย ส่วนใหญ่เป็นการอ่านหนังสือ

• 5 โมงเย็น ทรงไหว้พระหรือประกอบพิธีทางศาสนาอื่นๆ หรือเสวยพระกระยาหารว่าง

• 9 ทุ่ม เสด็จขึ้นพระแท่นบรรทม หากจะเรียกพระสนมเข้ามาก็ตามแต่พระทัย แต่เสร็จเรื่องแล้วส่งพระสนมกลับ ห้ามค้างในพระตำหนักใหญ่

ตารางชีวิตแบบนี้ หลังรัชกาลเฉียนหลงหย่อนยานมาก การประชุมขุนนางไม่เคร่งครัด เป็นเหตุให้บ้านเมืองเสื่อมถอยลงในกาลต่อมา

ข่าวล่าสุด

นันทวัน ผู้จัดการกยศ. ไขก็อกลาออก ตั้งรองรักษาการ เร่งสรรหาคนใหม่