posttoday
สังคมสองด้านเวียดนาม

สังคมสองด้านเวียดนาม

31 สิงหาคม 2560

เราต้องปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกๆ สังคมนั้นล้วนมีสองด้าน เปรียบเสมือนเหรียญ ย่อมมีสองด้านเสมอ

กริช อึ้งวิทูรสถิตย์

เราต้องปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกๆ สังคมนั้นล้วนมีสองด้าน เปรียบเสมือนเหรียญ ย่อมมีสองด้านเสมอ เพื่อนหลายคนมักจะมีคำถามกับผมเสมอว่าที่คุณไปขายของในประเทศอินโดจีนนั้น เขามีเงินมาบริโภคสินค้าที่ราคาแพงด้วยเหรอ หรือบ้างก็จะถามว่าเห็นข่าวเรื่องรบราฆ่าฟันกัน คุณอยู่ที่นั่นไม่อันตรายเหรอ บ้างก็ถามว่าที่นั่นเขาจนมาก แล้วเราไปทำการตลาดไม่ยากไปเหรอ...เป็นต้น

ผมมักจะตอบว่า ทุกๆ สังคมย่อมมีคนจนและคนรวยเสมอ และความหลากหลายของสังคม ย่อมต้องมีองค์ประกอบที่ครบทุกๆ ด้าน ไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้ ย่อมต้องมีคนกวาดถนน คนขนขยะ คนจน คนรวย คนทุกๆ ชนชั้นแน่นอน ดังนั้นอย่าไปดูถูกเขา คนรวยในประเทศที่ยากจน เขารวยกว่าเราก็ต้องมีอีกเยอะแยะ ดังนั้นการบริโภคสินค้า หากเรามีสินค้าที่ดี สินค้าที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค สินค้าที่เป็นมิตรต่อสังคมโดยรวม แล้วเรารู้จักที่จะเอาใจเขามาใส่ใจเรา กำไรแต่พอควร ไม่เอาเปรียบเขา แน่นอนว่าต้องอยู่ได้อย่างสบายๆ ครับ

เวียดนามในยุคเปิดประเทศใหม่ๆ นั้น การทำการตลาดสินค้าอุปโภค-บริโภคก็เช่นกัน ทีมเราได้ร่วมกันทำการตลาดด้วยความมุ่งมั่น และซื่อสัตย์ต่อทั้งคู่ค้าและต่อผู้บริโภค จึงทำให้เราประสบผลสำเร็จครับ แต่เรามักจะพบเจอสิ่งที่ไม่คาดหมายตลอดเวลา บางครั้งสิ่งที่เราพบเห็นในท้องถนนอาจจะไม่สามารถคาดเดาได้เลย

ในยุคต้นๆ นั้น ต้องยอมรับว่าเวียดนามอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน คนสามารถทำได้ทุกเรื่อง ขอให้ชีวิตได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เขาจะกระตือรือร้นกันมาก ผมมีลูกน้องที่ดั้นด้นมาจากต่างจังหวัด เพื่อมาแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่ เช่น โฮจิมินห์ซิตี้มากมาย บางคนมาแต่ตัว แบกความฝันมาเต็มเปี่ยม ประสบความสำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง มีให้เห็นตลอด บางคนมาแล้วทำงานที่เราไม่นาน ก็ผันตัวเองขึ้นไปทำงานที่ดีกว่า เรียกว่าโอกาสเดินเข้ามาหา แล้วก็มาลาออก พวกเรามักจะดีใจไปกับเขาด้วย ถือว่าได้ช่วยส่งเสริมเขาไปดี บางคนไปแล้วไม่นานก็ตกอับก็มีให้เห็นครับ คนส่วนนี้หากเขากลับมาหาเรา เราก็มักจะให้โอกาสเขาใหม่อีกครั้งเสมอครับ

ในสังคมยุคเปลี่ยนผ่านของเวียดนาม สิ่งหนึ่งที่เราเห็นประจำ คือ ผู้หญิงมักจะขยันกว่าผู้ชายครับ คนทำงานที่เป็นผู้หญิงมักจะกระตือรือร้นกว่าผู้ชายเสมอ การใฝ่รู้ก็เช่นกันครับ เอ...หรือว่าทีมผมจะมีดวงนารีอุปถัมภ์ แต่ที่เห็นๆ นะครับ ผู้ชายโดยส่วนใหญ่มักจะไปนั่งร้านกาแฟ ที่มีเก้าอี้นั่งเรียงรายอยู่หน้าร้านเตี้ยๆ เยอะๆ คล้ายๆ เก้าอี้นอนตากอากาศตามชายหาด สั่งกาแฟมากินกัน โม้กันได้ทั้งวัน ทำตัวเป็นช้างเท้าหน้าที่ไม่ทำงาน เดินอย่างเดียว ส่วนผู้หญิงก็ให้เป็นควาญช้าง คอยทำงานเลี้ยงครอบครัวไป เห็นมาเยอะครับ จนพวกเราแซวกันเล่นตลอดครับ

ในส่วนของอาหารการกิน คนเวียดนามจะทานอาหารที่ค่อนข้างจะคล้ายๆ อาหารจีนกับอาหารของเรา อย่างที่เราเคยทานกัน อาหารชนิดหนึ่งที่ผมชอบทานมากๆ ไปอยู่ใหม่ๆ จะต้องสั่งทานทุกครั้งที่ไปร้านอาหาร คือ "กั่นจรัว" หรือแกงส้มคล้ายๆ ต้มยำไทย แต่ใส่ก้านบอน กระเจี๊ยบสด สับปะรด ปลาช่อน ปลาชะโด หรือปลาน้ำจืด อร่อยมาก

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเดินทางไปเมืองคั่นเทอ ระหว่างทางผมเกิดปวดฉี่ขึ้นมา เลยบอกให้คนขับรถจอดร้านขายของข้างทาง เพื่อลงไปตรวจตลาดไปด้วย แล้วขอเจ้าของร้านเข้าห้องน้ำ เขาก็ใจดีชี้ไปหลังบ้าน พอผมเดินเข้าไป เจอแต่ร่องสวน เขาเอาไม้กระดานเล็กๆ สองแผ่น แหวกเป็นร่องกว้างเล็กน้อยพอประมาณ พาดอยู่กลางร่่องสวน แล้วกั้นด้วยแผ่นสังกะสีเตี้ยๆ เข้าไปดูอ้าว...นี่เป็นส้วมนี่ ก็เลยฉี่ลงระหว่างกลางช่อง พอฉี่ลงไปปลาที่อยู่ข้างล่างในร่องสวนแหวกว่ายกันพลุบพลับๆ แค่นั้นแหละครับ ผมสยองเลย นึกถึงปลาที่ผมทานในแกงกั่นจรัว ตั้งแต่นั้นมาผมเลิกทานแกงกั่นจรัวปลาน้ำจืดเลยครับ เพราะนี่ขนาดฉี่นะครับ ถ้าเป็นอย่างอื่นจะขนาดไหน...ฮา สยองครับ n

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่