
เปิดกลยุทธ์ กสิกรไทย จับใจลูกค้าเงินล้าน
โดย วารุณี อินวันนาในยุคที่โลกของการลงทุนยากขึ้นเรื่อยๆ ความผันผวนสูง วิกฤตที่มาด้วยเหตุผลใหม่ๆ ทำให้ธนาคารกสิกรไทยต้องปรับแนวคิดในการบริหารธุรกิจไพรเวทแบงก์ เพื่อคงความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้ลูกค้าสินทรัพย์สูง
โดย วารุณี อินวันนา
ในยุคที่โลกของการลงทุนยากขึ้นเรื่อยๆ ความผันผวนสูง วิกฤตที่มาด้วยเหตุผลใหม่ๆ ทำให้ธนาคารกสิกรไทยต้องปรับแนวคิดในการบริหารธุรกิจไพรเวทแบงก์ เพื่อคงความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้ลูกค้าสินทรัพย์สูง
ส่วนแบ่งไฮเน็ตเวิร์ธ 34%
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปีนี้ครบ 10 ปี ของธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ โดยมีลูกค้าประมาณ 1 หมื่นราย มีมูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การจัดการ 7.5 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 34% ของกลุ่มลูกค้าบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง หรือไฮเน็ตเวิร์ธ ในไทยทั้งหมด แยกเป็น กลุ่มเงินฝาก 2.5 แสนล้านบาท กลุ่มของเงินลงทุน 5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เพราะ 5-6 ปีที่ผ่านมา อัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมากอยู่ในระดับ 0.40 สตางค์ ทำให้ลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธหันมามองหาเครื่องมือการลงทุนที่สามารถหาผลตอบแทนเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารจะไม่แนะนำลูกค้าลงทุนในสินทรัพย์ หรือรูปแบบการบริหารแบบใดแบบหนึ่งแบบสุดโต่ง แต่จะแนะนำให้แบ่งพอร์ตออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของสภาพคล่อง ที่เป็นเงินส่วนที่ต้องใช้จ่าย จะลงทุนในตลาดเงิน ส่วนเงินลงทุนระยะยาว ที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนชนะอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ชนะอัตราเงินเฟ้อ และส่วนเงินที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ส่วนเกินก้อนนี้นำมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง ซึ่งจะต้องรับความเสี่ยงสูงขึ้นด้วย
สำหรับลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์ธของธนาคารอยู่ในช่วงของการที่จะส่งต่อความมั่งคั่งไปให้กับทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูง ที่เริ่มมีแนวคิดจะเลิกสะสมที่ดิน และจะขายทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องแบกรับภาษีที่ดินและภาษีมรดก จะมีการเปลี่ยนไปถือครองทรัพย์สินที่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น และคนรุ่นนี้จะไม่บริหารพอร์ตเอง แต่จะทำความเข้าใจหลักการของการบริหารเงินลงทุน จากนั้นจะตัดสินใจ ใช้มืออาชีพในการบริหาร
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา มีการปรับปรุงบริการและกลยุทธ์ในการบริหารเงินลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง จากการเสนอขายกองทุนในต่างประเทศที่ลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ มาเป็นลงทุนในกองทุนสำเร็จรูปที่มีผู้บริหารกองทุนระดับโลกดูแลปรับพอร์ตลงทุนตลอดเวลา เพื่อให้มีโอกาสรับผลตอบแทนสูงขึ้น จำกัดความเสี่ยงขาลง และมีความยั่งยืนในระยะยาว ประกอบด้วย กองทุนเปิดเค สตราทีจิค โกลบอล มัลติ-แอสเซ็ท หรือ K-SGM กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลก มี ลอมบาร์ด โอเดียร์ บริหาร
กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม หรือ K-GINCOME เพื่อเพิ่มโอกาสรับรายได้สม่ำเสมอ ลงทุนในกองทุนหลักของเจพี มอร์แกน ที่มีการกระจายความเสี่ยงตามสัดส่วนการลงทุนและเพิ่มความเสี่ยงเข้าไปจัดการปรับปรุงพอร์ต และกองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น หรือ K-GA เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่บริหารโดยบริษัทจัดการกองทุนแบล็คร็อค
ลงทุนตามสัดส่วนความเสี่ยง
จิรวัฒน์ กล่าวว่า ล่าสุดธุรกิจบริการไพรเวทแบงก์ได้พัฒนาทางเลือกใหม่ในการลงทุนให้กับลูกค้าที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น คือ กองทุนเปิดเค โกลบอล ริสก์-เอ็นแฮนชท์ แอลโลเคชั่น หรือ K-GREAT ลงทุนในกองทุนของลอมบาร์ด โอเดียร์ ชื่อ LOF3 Capital Growth และกองทุน LOF All Roads Growth บริหารพอร์ตโดยใช้ความเสี่ยงของแต่ละสินทรัพย์เป็นตัวกำหนดสัดส่วนการลงทุน โดยดูจากค่าความเสี่ยงของแต่ละสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้เกิดความสมดุล ทำให้พอร์ตลงทุนมีความผันผวนน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นโดยตรง 2.5 เท่า โดยคาดหวังจะบริหารผลตอบแทนให้ได้เฉลี่ย 8-9% ในระยะ 5 ปี จะขายให้นักลงทุนรายย่อยด้วย เริ่มเสนอขายครั้งแรกจนถึงวันที่ 4 ก.ย. 2560 นี้
สำหรับกองทุนนี้ 80% ของพอร์ตจะลงทุนในสินทรัพย์ 5 ประเภทผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับหุ้นและตราสารหนี้ และอีก 20% ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งผลตอบแทนมีความผันแปรตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงของตลาดขาลง
กรณีตลาดขาลงจะมีการลดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแล้วไปซื้อหุ้นโดยตรงแทน จะช่วยให้พอร์ตลงทุนไม่ขาดทุนมาก แต่ถ้าตลาดขาขึ้นก็ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่ม จะทำให้มีโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น
"หลักการนี้ใช้ในการบริหารจัดการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นกองทุนที่มีชื่อเสียงมาก รวมถึงการบริหารเงินกองทุนประกันสังคมในประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านความมั่งคั่งในระยะยาว" จิรวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ จิรวัฒน์ กล่าวว่า การ กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ภายใต้มืออาชีพที่มีหลักการบริหารพอร์ตแตกต่างกัน โดยเน้นความยั่งยืนในการเติบโตของสินทรัพย์ จะทำให้ได้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันและเป็นการกระจายความเสี่ยง ลดความกังวลของเจ้าของทรัพย์สิน ที่จะส่งต่อความมั่งคั่งไปให้ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป







