
ปรับเป้าส่งออก7%
"สมคิด" เพิ่มการส่งออกเป็น7% ขอให้เป้าหมายเดิม 6% เป็นเพียงอัตราขั้นต่ำที่จะทำในปีนี้
"สมคิด" เพิ่มการส่งออกเป็น7% ขอให้เป้าหมายเดิม 6% เป็นเพียงอัตราขั้นต่ำที่จะทำในปีนี้
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายก รัฐมนตรีได้เร่งรัดเป้าหมายการส่งออกระหว่าง เป็นประธานประชุมมอบนโยบายและติดตาม งานกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมาพร้อมทั้งได้ระบุว่า พอใจความคืบหน้าการส่งออกที่ผ่านมา แต่การปรับเป้าหมายเพิ่มเป็น 6% นั้น ขอให้เป็นอัตราขั้นต่ำที่จะทำได้ในปีนี้ และขอให้ผลักดันให้การส่งออก สูงกว่าระดับดังกล่าวและทำให้ดีที่สุด
นายสมคิด กล่าวอีกว่า กระทรวงต้องมีแนวทางใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือให้เอกชน เข้าถึงตลาดต่างๆ โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ของแต่ละประเทศที่ต้องเน้นการเจรจาแบบทวิภาคี และการเจรจาหุ้นส่วนทางธุรกิจกับประเทศต่างๆ
ทั้งนี้ เช่นกรณีจีนที่ไทยมีความร่วมมือโครงการรถไฟความเร็วสูง ต้องมีการหารือยุทธศาสตร์การค้าขายด้วย เช่น จะเชื่อม 11 มณฑลของจีนผ่านทางฮ่องกง หรือเส้นทาง วันเบลต์วันโรดอย่างไร และในประเทศหลัก อื่นๆ ที่มีการเจรจากันก็ให้ใช้แนวทางเดียวกัน ไม่ว่ารัสเซีย อินเดีย ไต้หวัน รวมถึงประเทศในอาเซียน
นอกจากนี้ ได้มอบให้กระทรวงพาณิชย์ไปพัฒนาแพลตฟอร์มการขายสินค้าออนไลน์ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อาจจะไม่สามารถเข้าสู่แพลตฟอร์มของเว็บไซต์การค้าออนไลน์รายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นลาซาด้า อเมซอน โดย ดำเนินการให้เสร็จภายใน 2-3 เดือน
ขณะเดียวกัน ให้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อร่วมกัน ผลักดันการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร ทั้งการแปรรูปสินค้าเกษตร การหาช่องทาง ส่งออกสินค้าเกษตรไปขยายในเครือข่าย ร้านค้าในต่างประเทศเพิ่ม
"6% ถือเป็นพื้นฐานและขอให้ทำให้ ดีที่สุด เพราะการส่งออกมีผลต่อทั้งความ เชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน ใช้เวลา ในช่วงที่เหลือนี้เจาะเป็นรายตลาดไป เชื่อว่า ช่วงที่เหลือจะไปได้ดีตามสถานการณ์โลก" นายสมคิด กล่าว
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า นายสมคิดให้เป้าหมายการส่งออก ขยับไปอยู่ที่ 7% โดยเฉลี่ยการส่งออกในช่วง ที่เหลืออยู่ที่ 19,613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/เดือน จากเป้าหมายเดิม 5% ส่งออกได้เฉลี่ยเดือนละ 18,967 ล้านดอลลาร์ เชื่อว่าจะสามารถทำได้เนื่องจากแนวโน้มสถานการณ์เศรษฐกิจโลก อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
สำหรับกิจกรรมของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะเน้นเจาะตลาดในเมืองหลักทั้งในอินเดีย แอฟริกา ละตินอเมริกา อเมริกากลาง และเน้นการใช้เมืองส่งออกหลัก เป็นช่องทาง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง







