
ผู้ใหญ่หัวใจสตาร์ทอัพ
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยผมมีโอกาสพบปะพูดคุยกับเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่อายุ 20 ปลายๆ 30 ต้นๆ ที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง สังเกตเห็นถึงความทะเยอทะยาน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับประเทศไทย ที่แรงฮึด แรงสู้ยังดูแผ่วๆ
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
ผมมีโอกาสพบปะพูดคุยกับเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่อายุ 20 ปลายๆ 30 ต้นๆ ที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง สังเกตเห็นถึงความทะเยอทะยาน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับประเทศไทย ที่แรงฮึด แรงสู้ยังดูแผ่วๆ
มีหลายคนกล้าปฏิเสธเงินเดือนมหาศาลจากบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะมุ่งมั่นจะทำสตาร์ทอัพ หรือบริษัทขนาดเล็ก ของตัวเอง ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก ผมยิ่งฟังยิ่งตื่นเต้นไปกับจินตนาการสุดขอบฟ้าของ เด็กเก่งรุ่นนี้จริงๆ
ถึงแม้ไม่มีประสบการณ์ด้านชีวิตและด้านธุรกิจมากนัก เงินทุนก็ยังไม่รู้จะไปหาที่ไหน แต่ที่มีคือ "ความรู้" "ความกล้า" และ "จินตนาการ" เท่านั้น แล้วก็มาลองผิดลองถูกทำกันไป แม้จะรู้ว่าความสำเร็จของ บริษัทประเภทนี้อาจมีเพียง 10% หรือน้อยกว่าด้วยซ้ำ ก็ไม่สน บางคนเคยทำแล้วก็ไปไม่รอด กลับมาทำใหม่อยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า หาแสงสว่างปลายอุโมงค์ยังไม่เจอ แต่ยังคงฝันว่าสักวันหนึ่งจะทำให้ได้อย่าง มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก แจ็ค หม่า หรือสตีฟ จ็อบส์
ผมจึงขอชื่นชม เพราะเป็นคนกลุ่มน้อยนิดในสังคมไทย ที่กล้าคิดและยังกล้าทำตามจินตนาการของตน ทำให้ย้อนกลับมาคิดถึงคนรุ่น ตัวเองว่า ทั้งๆ ที่เรามีความพร้อมมากกว่าน้องกลุ่มนี้ ทั้งประสบการณ์ชีวิต ทั้งด้านทุนทรัพย์ ทั้งด้านเครือข่ายสนับสนุน และยังมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารมากกว่า
แต่สิ่งที่รุ่นเราอาจไม่มีคือ "ความกล้า" และ "จินตนาการ" ความกล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ความกล้าที่จะปฏิรูปองค์กรแบบหักศอก ความกล้าที่จะลองผิดลองถูก หรือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว การถูกติฉินนินทา ทำให้ไม่มีอิสระทางความริเริ่มสร้างสรรค์ และไม่มีจินตนาการ เนื่องจากติดกับดักความสำเร็จในปัจจุบัน หรือเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความไม่แน่นอน
คิดถึง สตีฟ จ็อบส์ ที่ถึงแม้จะล่วงลับไปแล้ว แต่แนวความคิดกลับเป็นตำนานไม่มีวันตาย เขาเคยกล่าวไว้ว่า "ชีวิตมันสั้น จงอย่าไปเสียเวลาตามชีวิตคนอื่น อย่าไปยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ที่คนอื่นคิด อย่าให้เสียงคนอื่นดังกว่าเสียงเรียกร้องในหัวใจคุณ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องกล้า ที่จะฟังหัวใจและสัญชาตญาณของตน ที่เหลือไม่มีอะไรที่สำคัญเท่า"
ดังนั้น จึงน่าเสียดายมากหากผู้บริหารคนไทยยังคงยึดติดกับการทำงานรูปแบบเดิมๆ วัฒนธรรมเดิมๆ วิธีการเดิมๆ ประเทศไทยคงปฏิรูปได้ยาก ไม่มีโอกาสที่จะไปแข่งขันเอาชนะบนเวทีโลก
แม้แต่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ยังกล่าวว่า "คนที่ไม่เคยผิดพลาดเลย คือคนที่ไม่เคยลองทำอะไรใหม่" และ "คงมีแต่คนเพี้ยนเท่านั้น ที่จะทำสิ่งเดิมซ้ำๆ แต่กลับหวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง" ทั้ง แจ็ค หม่า ก็ยังคิดว่า "ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ และการตัดสินใจของคุณก็สำคัญกว่าความสามารถ"
ยอดมนุษย์เหล่านี้เคยพบกับความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ ยังคงกล้าตามเสียงเรียกร้องในหัวใจของตนเอง มีทัศนคติของนักสู้ นักเปลี่ยนแปลง สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จแบบสุดๆ จนได้
ผู้ใหญ่ในสังคมไทยยุคไทยแลนด์ 4.0 คงต้องมีหัวใจสตาร์ทอัพแบบเด็กหนุ่มสาว คือ กล้าสู้ กล้าจินตนาการ สร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยนองค์กรและสังคม ในทิศทางที่ไม่เคยมีใครคิดฝันมาก่อน เพราะวันนี้หากทำกันเหมือนเดิมก็อย่าหวังว่าจะพัฒนา และต้องไม่กลัว เพราะที่จริงแล้วสิ่ง ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือการยึดติดจนไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เวลาผ่านไปวันๆ
มันไม่สำคัญหรอกว่าวันนี้คุณจะเป็นใคร อายุเท่าไหร่ คุณก็สามารถเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลกได้เช่นกัน







