posttoday
อุตฯ สมุนไพรอินเดีย

อุตฯ สมุนไพรอินเดีย

23 สิงหาคม 2560

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทยผมเขียนบทความนี้ที่โรงแรม Jaypee Vasant Continental กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพราะระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค. 2560 ผมไปเก็บข้อมูลการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรของอินเดีย ซึ่งผมได้เดินทางร่วมกับข้าราชการของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ โดยมีกำหนดการเก็บข้อมูลที่ "Shriram Institute for Industrial Research (SRI)" บริษัท Dabur India Ltd. และสำรวจตลาดเครื่องเทศและสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่ตลาด Khari Baoli

รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย

ผมเขียนบทความนี้ที่โรงแรม Jaypee Vasant Continental กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เพราะระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค. 2560 ผมไปเก็บข้อมูลการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรของอินเดีย ซึ่งผมได้เดินทางร่วมกับข้าราชการของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ โดยมีกำหนดการเก็บข้อมูลที่ "Shriram Institute for Industrial Research (SRI)" บริษัท Dabur India Ltd. และสำรวจตลาดเครื่องเทศและสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียที่ตลาด Khari Baoli

ทั้งนี้ เพื่อศึกษาการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรของอินเดียและเพื่อทราบถึงแนวทางการปฏิบัติที่ดีของอินเดียว่าเป็นอย่างไร พบว่าอินเดียก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรที่หลากหลายและยาวนานพอๆ กับจีนเลยทีเดียว และอินเดียก็เป็นประเทศที่มีการใช้แพทย์ทางเลือกในการรักษาโรคอย่างกว้างขวางซึ่งก็มีมานานหลายพันปี

และที่สำคัญอินเดียเป็นประเทศที่มีพืชสมุนไพรที่ขึ้นทะเบียนมากที่สุดในโลกถึง 2.5 แสนชนิด โดยมีการใช้สมุนไพรในอายุรเวท 2,000 ชนิด สิทธา 1,300 ชนิด Unani 1,000 ชนิด และ Homeopathy 800 ชนิด และอินเดียมีการใช้สูตรตำรับยาเพื่อรักษาโรคมากถึง 2.5 หมื่นสูตร (ที่มา : Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine Volume 2013) เหตุผลดังกล่าวทำให้อุตสาหกรรมสมุนไพรอินเดียจึงได้รับความนิยมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

อินเดียปลูกสมุนไพรมากบริเวณเทือกเขาหิมาลัย โดยเฉพาะรัฐ อุตตราขัณฑ์ ที่ถูกวางให้เป็น "รัฐสมุนไพรของอินเดีย" เพราะมีสถาบันพัฒนาและวิจัยสมุนไพร ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่มีเกษตรกรเป็นสมาชิก 2 หมื่นคน และสนับสนุนด้านต้นทุนการผลิต 50% รวมทั้งปัจจัยการผลิต นอกจากนี้ยังปลูกในรัฐต่างๆ เช่น Gujarat, Rajasthan, Maharashtra, Madhya Pradesh และ Assam และ Tamil Nadu ซึ่งมีสมุนไพรสำคัญได้แก่ กะเพรา ขมิ้นชัน ใบกระวาน ผักชี ลูกซัด กระเทียม พืชจำพวกสะระแหน่ ขิง ต้นสมุย หมุย หรือใบแกง ซินนามอน

นอกจากนี้ ยังปลูกในรัฐอรุณาจัลประเทศ ได้แก่ สมุนไพร โกฐ และระย่อมน้อย รัฐหิมาจัลประเทศ ได้แก่ สมุนไพร ว่านน้ำ และตังกุย และรัฐเมฆกัลยา ได้แก่ สมุนไพรควินิน และมะแว้งนก ในปี 2559 อินเดียนำเข้าสมุนไพรจากออสเตรเลียสัดส่วน 23.7% เนเธอร์แลนด์ 10.5% และอัฟกานิสถาน 9.1% ตามลำดับ นำเข้าจากไทย 4.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.06% ส่วนสารสกัดจากสมุนไพร ปี 2559 อินเดียนำเข้าจากจีนคิดเป็นสัดส่วน 25.3% สหรัฐอเมริกา 22.5% และบราซิล 12.5% ตามลำดับ

ส่วนไทยนำเข้าเพียง 6.6 หมื่นดอลลาร์ หรือคิดเป็น 0.09% ของมูลค่าการนำเข้าสารสกัดของอินเดียจากทั่วโลก ส่วนการส่งออกนั้นอินเดียส่งออกสมุนไพรมูลค่า 270.8 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 9.1% (เพิ่มขึ้นจากปี 2555 สัดส่วน 37.1%) ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา เยอรมนี และปากีสถาน ตามลำดับ ส่วนไทยสัดส่วน 0.9% ในขณะที่สารสกัดจากสมุนไพรอินเดียส่งออกไปทั่วโลกเป็นอันดับที่ 2 รองจากจีน ส่งออกไปสหรัฐอเมริกามากที่สุด 47.7% จีน 9.5% และเยอรมนี 4.8% ตามลำดับ ส่วนไทยอยู่ลำดับที่ 21 คิดเป็น 0.5%

บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรมี 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มยอดขายเกิน 80 ล้านดอลลาร์/ปี ได้แก่ บริษัท Biotique บริษัท Himalaya Drug บริษัท Shahnaz Hussain และบริษัท VLCC กลุ่มที่ 2 มียอดขายระหว่าง 10-80 ล้านดอลลาร์/ปี ผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติระดับกลางถึงระดับสูง จำหน่ายผ่านสปาและร้านเสริมสวย ได้แก่ บริษัท Lotus บริษัท Blossom Kochhar บริษัท Fab India บริษัท Forest Essentials บริษัท The Body Shop เป็นต้น และกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มบริษัทขนาดเล็ก มียอดขายต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์/ปี เป็นผู้ผลิตรายเล็กแต่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้นำเข้า มีอยู่ 40 บริษัท

ตลาดสหภาพยุโรปได้กลายเป็นตลาดส่งออกสำคัญของอินเดีย โดยบริษัท Shanaz Hussain กับบริษัท Himalaya Drug เป็น 2 บริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดในการส่งออกจากประเทศอินเดีย ส่วนสินค้าเครื่องสำอางธรรมชาติของอินเดียที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เครื่องสำอางที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาผิวพรรณหรือที่เราเรียกว่า "Skin Care" ในด้านการจัดจำหน่ายส่วนใหญ่ 80% ผ่านช่องทางค้าปลีก ส่วนที่เหลือเป็นการจัดจำหน่ายในระบบขายตรงถึงผู้บริโภค

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน