
สเปนสะอื้น
อรุณ จิรชวาลาบาร์เซโลนาเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นคาตาโลเนียในสเปน มีประชากรมากเป็นที่ 2 ของประเทศรองจากกรุงมาดริด ตัวเมืองมีประชากร 1.6 ล้านคน แต่ถ้ารวมบริเวณโดยรอบด้วยจะมี 4.7 ล้านคน ถือเป็นชุมชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของยุโรป และใหญ่ที่สุดในบริเวณริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้เป็นเมืองท่า เมืองวัฒนธรรม และเมืองแห่งการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสโมสรหนึ่งในโลก
อรุณ จิรชวาลา
บาร์เซโลนาเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นคาตาโลเนียในสเปน มีประชากรมากเป็นที่ 2 ของประเทศรองจากกรุงมาดริด ตัวเมืองมีประชากร 1.6 ล้านคน แต่ถ้ารวมบริเวณโดยรอบด้วยจะมี 4.7 ล้านคน ถือเป็นชุมชนที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของยุโรป และใหญ่ที่สุดในบริเวณริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองนี้เป็นเมืองท่า เมืองวัฒนธรรม และเมืองแห่งการท่องเที่ยว รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสโมสรหนึ่งในโลก
ผมเองก็เคยไปบาร์เซโลนา 2-3 ครั้ง แต่เพียงครั้งละ 1-2 วัน และเคยไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินที่ชื่อลารัมบลา ที่ซึ่งเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560 หรือเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. ช่วงที่มีคนเดินหนาแน่น รถตู้คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงได้ตะลุยฝ่าเข้าไปในฝูงชน ทำให้มีคนตาย 13 คน บาดเจ็บ 120 คน คนเจ็บและตายมาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก 34 ประเทศ
หลังเสร็จกิจ คนขับจอดรถ กระโดดลง แล้ววิ่งหนีหายไป เขารอดจากการไล่ล่าของตำรวจอยู่ถึง 4 วัน โดยในระหว่างนั้นตำรวจได้ตั้งจุดตรวจทั่วประเทศถึง 800 จุด และมีข่าวลือว่าเขาอาจหลบข้ามพรมแดนเข้าไปในฝรั่งเศสแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ไปไม่รอดและถูกวิสามัญห่างไปทางตะวันตกประมาณ 50 กิโลเมตร
สำหรับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ ซึ่งตำรวจเชื่อว่ามีอีก 11 คน ตำรวจได้ตัวครบก่อนแล้ว โดยหากไม่ถูกควบคุมตัวก็ถูกวิสามัญ มีเพียงอิหม่ามหรือนักสอนศาสนา ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ปลูกฝังแรงจูงใจให้ใช้ความรุนแรง ที่หยุดมาสอนนานนับเดือน และหายตัวไปจากที่พักก่อนเกิดเหตุ 2 วัน สันนิษฐานว่าเสียชีวิตในอุบัติเหตุระเบิดหลังจากหายตัวไปวันเดียว
หลังเกิดเหตุใหม่ๆ มีความสับสนว่าอาจเป็นฝีมือของพวกขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ เพราะในแคว้นนี้มีฐานปฏิบัติการของกลุ่มที่ประสงค์จะแยกเป็นอิสระจากสเปนตั้งอยู่ แต่ภายในเวลาเพียงไม่นาน ก็ปรากฏชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง โดยกลุ่มไอเอสได้ออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบ บอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีกลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐ
การใช้ยานพาหนะเป็นเครื่องมือ ในการก่อการร้ายเป็นปรากฏการณ์ ค่อนข้างใหม่ แต่ในช่วงปีเศษที่ผ่านมาได้เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งในยุโรป ทั้งในฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ สวีเดน และล่าสุดที่สเปน โดยอาจได้แรงจูงใจจากความสำเร็จในฝรั่งเศส ในครั้งนั้น คือเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2559 ที่เมืองนีซ ผู้ก่อการร้ายได้ขับรถบรรทุกหนัก 19 ตัน ตะลุยฝ่าเข้าไปในฝูงชนที่กำลังฉลองวันชาติฝรั่งเศส คร่าชีวิตคน ไปถึง 86 คน รวมทั้งตัวคนขับรถบรรทุกด้วย และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 450 คน ไอเอสได้ออกมาประกาศแสดงความเป็นเจ้าของผลงานเช่นกัน
ครั้งนี้แม้ความสูญเสียจะน้อยกว่า แต่ก็รุนแรงและน่าสะเทือนขวัญ ที่หลายคนอาจแปลกใจบ้างก็คือ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่าเหตุการณ์ที่เกิดน่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนสำรองเท่านั้น เป้าหมายหลักเดิมคือการระเบิดมหาวิหารซากราดาฟามิเลีย แต่เกิดอุบัติเหตุระเบิดลูกหนึ่งระเบิดขึ้นเสียก่อน คร่าชีวิตอิหม่ามดังได้กล่าวถึงแล้ว ทำให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายต้องเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มากมายอย่างที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึงมาก่อน
ผมมีประเด็นที่อยากจะพูดถึงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยานพาหนะในการก่อการร้าย ดังนี้
หนึ่ง ยานพาหนะเป็นอาวุธที่ทรงพลัง แม้ว่าอำนาจในการทำลายล้างทรัพย์สินหรือสถานที่อาจจะน้อยกว่าระเบิด แต่อาจจะฆ่าหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บได้มากกว่าด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีคนมารวมตัวกันหนาแน่น ยิ่งใช้ยานพาหนะที่มี น้ำหนักมากก็ยิ่งทำร้ายผู้คนได้มาก นอกจากนี้ ดราม่าหรือผลกระทบทางด้านจิตใจก็น่าจะมีมากกว่าด้วย เพราะกว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะหยุดผู้ก่อการร้ายในยานพาหนะได้ ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายนาที ต่างจากระเบิด ซึ่งมักจะเงียบสงบลงในเวลาอันรวดเร็ว
สอง ยานพาหนะเป็นอาวุธที่หาง่าย ใช้ง่าย ไม่ต้องเตรียมล่วงหน้านาน ใช้คนน้อย และคนทำไม่ต้องมีความรู้มาก ต่างจากระเบิด ซึ่งจะต้องมีความเชี่ยวชาญเข้ามาเกี่ยวข้อง มีอุปกรณ์หลายอย่างที่ต้องนำมาประกอบกัน ส่วนใหญ่ต้องเอามาแบบหลบๆ ซ่อนๆ ต้องช่วยกันเก็บความลับอย่างระมัดระวัง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะก่อการไม่สำเร็จหรือถูกจับเสียก่อน
สาม แม้คนขับยานพาหนะจะมีโอกาสตายสูงมากจากการถูกยิงในที่เกิดเหตุ หรือถูกวิสามัญหลังจากนั้น แต่ก็ไม่ตายในทันที ยังพอมีโอกาสรอด ต่างจากระเบิดพลีชีพที่คนทำต้องตายไปพร้อมกับเหยื่อของการระเบิด
ในกรณีของบาร์เซโลนา คนขับรถตู้สามารถจอดรถและหนีหายไปได้ กว่าจะถูกวิสามัญก็อีกหลายวันต่อมา หากบังเอิญเขาสามารถรอดไปได้ก็อาจกลายเป็นตำนานให้โจษจันกัน รวมทั้งกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ที่อยากทำได้ในทำนองเดียวกันบ้าง
สี่ จากเหตุผลที่กล่าวถึงทั้ง 3 ข้อข้างต้น ผมเชื่อว่าการใช้ยานพาหนะเป็นเครื่องมือแทนระเบิดจะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ก่อการร้ายมากขึ้น ไม่เฉพาะสำหรับกลุ่มไอเอส แต่รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ด้วย และการป้องกันจะยากยิ่งขึ้น ทำให้อาจแพร่ไปนอกยุโรปด้วย เช่นในสหรัฐ ซึ่งแต่เดิมถือเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยจากการก่อการร้ายสูง
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียรีบออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะออกมาตรการ ต่อต้านเพื่อไม่ให้เกิดเหตุทำนองเดียวกันในออสเตรเลีย เช่นบนถนน คนเดินจะสร้างสิ่งกีดขวางยานพาหนะทิ้งช่วงห่างเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้สามารถลุยฝ่าด้วยความเร็วสูง เป็นต้น
แต่ผมเชื่อว่าความพยายามป้องกันจะได้ผลจำกัด เพราะการรวมตัวของผู้คนไม่จำเป็นต้องอยู่บนถนน คนเดินเท่านั้น แม้แต่ในชีวิตประจำวัน ก็จะมีการรวมตัวกันในช่วงเช้าก่อนเวลาทำงานกับในช่วงเย็นหลังเลิกงาน ซึ่งการจะกำหนดให้ต้องมีสิ่งกีดขวางยานพาหนะไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย
ผมอยากจะฟันธงไว้ล่วงหน้าว่า เราจะได้เห็นการก่อการร้ายด้วย ยานพาหนะนอกยุโรปในเร็ววันนี้ และจะได้เห็นปฏิบัติการโดยกลุ่มที่ไม่ใช่ ไอเอสในไม่ช้าเช่นกัน
การที่รัฐบาลออสเตรเลียออกมาประกาศว่าจะเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเป็นเครื่องบ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐ ก็คงไม่นิ่งนอนใจเช่นกัน ส่วนจะป้องกันสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องคอยดู กันต่อไป
ผมอยากจะเชื่อว่ารัฐบาลไทยของเราก็ไม่ได้อยู่เฉยเช่นกัน ฝ่ายความมั่นคงน่าจะกำลังเดินหน้าอย่างเงียบๆ โดยไม่กระโตกกระตาก
แต่หากที่ผมพูดไม่เป็นความจริง คือยังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ หรือเพียงรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น ผมก็ขอถือโอกาสเตือนสติท่านว่า โปรดอย่าตั้งอยู่ในความประมาท n







