posttoday
สิ่งควรรู้ของเกษตรกรสมัครเล่น

สิ่งควรรู้ของเกษตรกรสมัครเล่น

21 สิงหาคม 2560

เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : เอพี ชีวิตอันแสนจะรีบเร่ง แย่งชิง ต่อคิว ไม่ว่าจะเป็น การกิน การเดินทาง การท่องเที่ยว หรือจะเป็นการใช้ชีวิตในมุมอื่นๆ ทำให้เราเริ่มหันมามองหาอาชีพเสริม อย่างการทำเกษตรกรรม ด้วยภาพฝันถึงสุดสัปดาห์จะได้ใช้ชีวิตในสวนผลไม้ที่ต่างจังหวัด ซึ่งอากาศสดชื่นไร้เสียงรถราชวนหนวกหู

เรื่อง : กั๊ตจังภาพ : เอพี

ชีวิตอันแสนจะรีบเร่ง แย่งชิง ต่อคิว ไม่ว่าจะเป็น การกิน การเดินทาง การท่องเที่ยว หรือจะเป็นการใช้ชีวิตในมุมอื่นๆ ทำให้เราเริ่มหันมามองหาอาชีพเสริม อย่างการทำเกษตรกรรม ด้วยภาพฝันถึงสุดสัปดาห์จะได้ใช้ชีวิตในสวนผลไม้ที่ต่างจังหวัด ซึ่งอากาศสดชื่นไร้เสียงรถราชวนหนวกหู

ในขณะเดียวกันเราต่างรู้ดีว่าอาชีพเกษตรกรรมมักจะถูกมองว่า เป็นอาชีพที่เหนื่อยและมักจะขาดทุนเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่โลกสมัยใหม่ทำให้เราได้เรียนรู้และศึกษาการทำเกษตรแบบใหม่ๆ ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นเรามาดูกันว่ามีอะไรที่คุณต้องรู้บ้างก่อนจะเริ่มผันตัวเป็นเกษตรกรสมัครเล่น

1.มีใจรักที่จะเรียนรู้

จะทำสิ่งใดก็แล้วแต่ต้องมีใจรัก จะทำงานด้านการเกษตรจำเป็นต้องใช้ความมานะอดทน และความใส่ใจในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งควรมีความสามารถในการวิเคราะห์ จดบันทึกผลการปลูกเพื่อพัฒนาให้เป็นเกษตรกรแถวหน้าต่อไปได้อีกด้วย อยากปลูกอะไร สนใจอะไรหาความรู้ไว้เก็บเป็นคลังข้อมูลเสียก่อน อินเทอร์เน็ตช่วยเราในเบื้องต้นได้มาก แต่หากต้องการความรู้ที่ลงลึกมากขึ้น ลองค้นหา เว็บบอร์ดกลุ่มเกษตรกร หรือกลุ่มโซเชียลมีเดียที่รวมเกษตรกรเข้ามาพูดคุยกัน

เราจะได้ความรู้ที่มากกว่าตำรา เพราะพวกเขาจะพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดและร่วมกันแชร์แนวทางแก้ไขที่มีค่า ต่ออนาคตการเป็นเกษตรกรของคุณ นอกจากเข้ากลุ่มเกษตรกรแล้วคุณอาจจะติดต่อกับเกษตรอำเภอเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นจากพวกเขาได้เช่นกัน

2.เลือกที่ดินให้ดี

การเลือกที่ดินหรือทำเลเป็นสิ่งสำคัญมาก เรียกได้ว่าจะรุ่งหรือจะร่วงก็อยู่ที่เราเลือกทำเลเกือบครึ่ง การเลือกที่ดินที่ดีจะต้องมีแหล่งน้ำ หรือติดกับแหล่งน้ำที่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งปี การซื้อที่ดินที่ไม่มีน้ำเท่ากับไม่มีประโยชน์ในเชิงเกษตร

ควรเลือกทำเลที่ไม่ไกลจากบ้านที่อยู่ประจำของคุณมากนัก เดินทางสะดวกไม่ถึงกับต้องใช้รถโฟร์วีลเพื่อเข้าไปในสวนในไร่ ระยะทางที่เหมาะสมน่าจะไม่เกิน 200 กิโลเมตร และไม่ไกลจากตลาด ชุมชน หรือผู้ซื้อรายใหญ่ เพื่อที่จะสามารถขนส่งผลผลิตเพื่อจำหน่ายได้ง่าย ที่สำคัญ ควรมีเพื่อนบ้านและสังคมที่ดี ก่อนซื้อที่ดินควรลองไปสำรวจ ดูว่า เพื่อนบ้านมีอัธยาศัยเป็นอย่างไร บางแห่งเพื่อน บ้านขี้ขโมย ชอบลักขโมยของในสวน ติดตั้งปั๊มน้ำก็หาย ซึ่งคุณสามารถหาข้อมูลเหล่านี้ได้จากสถานีตำรวจใน ท้องที่และผู้นำชุมชนในละแวกนั้น

3.มีเงินทุนอย่างน้อย 5 ปี

การมีเงินทุนเริ่มต้นเป็นสิ่งที่ควรตระหนัก คำนวณตั้งแต่ค่าที่ดิน ค่าปรับหน้าดิน ลงทุนเครื่องจักร เมล็ดพันธุ์ วางระบบน้ำ บ้านพักในสวน หากคุณทำเกษตรอินทรีย์ ก็ต้องศึกษาลงทุนเรื่องการป้องกันแมลงและโรคต่างๆ ให้ดี

ยิ่งเพื่อนบ้านใช้ยากันหมด สวนของคุณก็จะกลายเป็นโอเอซิสของเหล่าแมลง อีกทั้งต้นไม้ต้องใช้เวลาในการเติบโต กว่าจะออกดอกออกผลเต็มที่ก็อาจจะ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับต้นไม้ที่ปลูก ไหนผลจะออกมาแล้วต้องเจอกับราคาตกต่ำขายขาดทุนในปีนั้น เราจึงแนะนำให้มีเงินทุนพอเลี้ยงตัวในเบื้องต้นอย่างน้อย 5 ปี หลังจากนั้นประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยให้คุณมีกำไรจากการลงทุนทำสวนไปตลอดชีวิต

4.เรียนรู้ที่จะขายด้วยตัวเอง

การหวังพึ่งพาพ่อค้าคนกลางมารับซื้อสินค้า ไม่ใช่ทางออกที่ดี ลองมองหาช่องทางการขนสินค้าเข้ามาขายเอง ซึ่งจะได้กำไรมากกว่า และลูกค้าเองก็จะได้ผลไม้สดใหม่ราคาถูกกว่าท้องตลาดอีกด้วย นอกจากนี้ การหาช่องทางค้าผ่านระบบออนไลน์ ด้วยการสั่งจองผลไม้เมื่อถึง ฤดูเก็บเกี่ยว จะช่วยลดความกังวลเรื่องผลไม้ราคาตกต่ำและยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้กับสวนของคุณอีกด้วย

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่จะทำให้เราเป็นเกษตรกรสมัครเล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือความอดทน และความเชื่อมั่น คนส่วนมากมักจะล้มเลิกกลางคันก็เพราะไม่สามารถอดทนต่อความเหนื่อยและความยากลำบากในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้นานนัก หากคุณมองข้าม สิ่งเหล่านี้ไปได้โอกาสประสบความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินฝันแน่นอน n

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม