posttoday
พายุแป้งเด็กจอห์นสันไม่จบ

พายุแป้งเด็กจอห์นสันไม่จบ

21 สิงหาคม 2560

***โลกธุรกิจค่ะ"จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" บรรษัทข้ามชาติจากสหรัฐ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เผชิญคำสั่งศาลเมืองลอสแองเจลิส ให้จ่ายค่าเสียหายแก่ อีวา เอชเวอร์เรีย ลูกค้ารายหนึ่ง เป็นเงินถึง 417 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) หลังยื่นฟ้องจอห์นสันฯ ในกรณีที่แป้งเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ จากการใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสิบปี

***โลกธุรกิจค่ะ

"จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน" บรรษัทข้ามชาติจากสหรัฐ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย เผชิญคำสั่งศาลเมืองลอสแองเจลิส ให้จ่ายค่าเสียหายแก่ อีวา เอชเวอร์เรีย ลูกค้ารายหนึ่ง เป็นเงินถึง 417 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) หลังยื่นฟ้องจอห์นสันฯ ในกรณีที่แป้งเด็กมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ จากการใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายสิบปี

คดีนี้นับเป็นความพ่ายแพ้ล่าสุด ที่จอห์นสันฯ ต้องยื่นอุทธรณ์เพื่อพลิกสถานการณ์โดยเร็ว เนื่องจากอาจกลายเป็นเคสเริ่มต้นที่ทำให้ต้องแพ้ อีกหลายร้อยคดีตามมา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของคดีแป้งเด็กราว 4,800 คดีที่จอห์นสันฯ ถูกฟ้องจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แม้หลักฐานที่แน่ชัดซึ่งระบุความเชื่อมโยงระหว่างการใช้ทัลคัมในแป้งเด็กกับ การเป็นมะเร็ง จะยังไม่ชัดเจน 100% ก็ตาม

เพราะก่อนหน้านี้ หลังจากที่บริษัทแพ้คดีแรกในกรณีที่ผู้เสียหายเสียชีวิตจากมะเร็งรังไข่ ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี เมื่อเดือน ก.พ. 2016 บริษัท ก็แพ้คดีที่คล้ายคลึงกันนี้มาอย่าง ต่อเนื่องในรัฐมิสซูรี โดยแพ้ไปแล้ว 4 คดีจากทั้งหมด 5 คดีที่มีการตัดสินแล้วในรัฐมิสซูรี และจ่ายค่าชดเชยรวมไปมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งยัง ไม่รวมคดีล่าสุดนี้ที่เมืองลอสแองเจลิส กับค่าเสียหายที่แพงสุดที่จอห์นสันฯ จะต้องจ่าย

มหากาพย์ความไม่พอใจของ ผู้บริโภคในสหรัฐ ปะทุขึ้นเป็นครั้งแรกหลังศาลเมืองเซนต์หลุยส์ ตัดสิน ให้จอห์นสันฯ ต้องจ่าค่าชดเชยและ ค่าเสียหาย 72 ล้านดอลลาร์ ให้กับครอบครัวของแจ็กเกอรีน ฟ็อกซ์ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการใช้แป้งทัลคัมมาอย่างยาวนาน เมื่อเดือน ก.พ. 2016 ซึ่งในคดีความดังกล่าวอ้างเอกสารภายในจากจอห์นสันฯ ที่เขียนขึ้นเมื่อเดือน ก.ย. 1997 ระบุว่า ทัลคัมมีความเสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ เช่นเดียวกับที่บุหรี่ก่อให้เกิดมะเร็งปอด

คำตัดสินและหลักฐานดังกล่าว ได้นำมาใช้ในคดีความปัจจุบันด้วย โดย มาร์ก โรบินสัน ทนายความของเอชเวอร์เรีย กล่าวว่า จอห์นสันฯ ยังคงกระตุ้นให้ผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ ต่อไปผ่านเทคนิคการโฆษณาซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แม้จะรับรู้ความเสี่ยงก่อมะเร็งอยู่แล้ว พร้อมกันนี้โรบินสันได้เรียกร้องให้จอห์นสันฯ เลิกนโยบายในปัจจุบันและหันมาเตือนสาธารณชนถึงความเสี่ยงในการใช้ ผลิตภัณฑ์ทัลคัม

"จอห์นสันฯ ควรที่จะรู้ว่านี่ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดในเซนต์หลุยส์ แต่ยังเกิดขึ้นในลอสแองเจลิสด้วย" โรบินสัน กล่าว

สำนักข่าวบิซิเนสอินไซเดอร์ รายงานว่า หลังจากการตัดสินคดีของแจ็กเกอรีน ฟ็อกซ์นั้น ผู้บริโภคหลายคนไม่พอใจและเรียกร้องให้เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของจอห์นสันฯ

ก่อนหน้านี้ จอห์นสันฯ เผชิญกับเหตุศรัทธาผู้บริโภคมาแล้ว หลังแคมเปญฟอร์เซฟคอสเมติก องค์กร ไม่แสวงผลกำไรเรียกร้องให้จอห์นสันฯ หยุดใช้ส่วนผสมที่ไม่แน่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายเมื่อปี 2009 ส่งผลให้ในปี 2012 จอห์นสันฯ ประกาศยินดียกเลิกการใส่ส่วนผสม 1,4 ไดออกเซนและฟอร์มาลิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ในผลิตภัณฑ์ภายในปี 2015

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีความทัลคัมนั้น จอห์นสันฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ต่อไป

"พวกเราจะขออุทธรณ์การตัดสินในวันนี้ เพราะวิทยาศาสตร์เป็นผู้นำพาพวกเรา และวิทยาศาสตร์ยังสนับสนุนความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แป้งดังจอห์นสันฯ" จอห์นสันฯ แถลงหลัง คำตัดสินกรณีล่าสุด n

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่