posttoday
ค่าเงินบาทส่อแข็งยาวปีหน้า

ค่าเงินบาทส่อแข็งยาวปีหน้า

21 สิงหาคม 2560

เครดิตสวิสชี้เงินบาท1 ปีข้างหน้า อยู่ที่ 32.50 บาท เหตุตัวเลขเศรษฐกิจไทยดี เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง

เครดิตสวิสชี้เงินบาท1 ปีข้างหน้า อยู่ที่ 32.50 บาท เหตุตัวเลขเศรษฐกิจไทยดี เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง

นายสันติธาร เสถียรไทย ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ภูมิภาคเอเชีย บริษัท เครดิตสวิส เปิดเผยว่า ทิศทางค่าเงินบาทไทยยังมีทิศทางปรับแข็งค่าขึ้นได้อีก คาดการณ์อีก 12 เดือนข้างหน้า ค่าเงินบาทน่าจะอยู่ที่ 32.50 บาท/ดอลลาร์สหัฐ เนื่องจากนักลงทุนเชื่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี โดยเฉพาะตัวเลขในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ออกมาโต 3.7% บวกกับมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูง ต่อเนื่องจากปีก่อนที่เกินดุลสูง 12% ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)

ทั้งนี้ เห็นว่าปีนี้ภาคการเงินไม่ได้ผันผวน นักลงทุนไม่ได้นำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศเราที่เศรษฐกิจค่อนข้างมีเสถียรภาพมากนัก แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐที่ว่าจะขึ้นจนทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่า แต่ดอลลาร์กลับอ่อนค่า ที่ เคยกลัวสงครามจากนโยบายทรัมป์ ก็ไม่เกิด เลือกตั้งยุโรป ฝรั่งเศสที่ไม่มีผลกระทบ

อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติไม่สนใจตลาดไทยเพราะอัตราผลตอบแทนไม่สูง สะท้อนจากเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่เข้ามาลงทุนที่ตลาดตราสารหนี้ (บอนด์) ไทยน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการไหลเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่มีจีดีพีโตสูงกว่าไทย

ทั้งนี้ การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สกัดการเก็งกำไรเพื่อจะดูแลเงินบาทที่แข็งค่า ไม่น่าจะตอบโจทย์นัก เพราะเงินทุนไหลเข้าน้อย สิ่งที่ช่วยให้เงินบาทไม่แข็งค่ามาก คือการผลักดันให้ไปลงทุนในต่างประเทศยังไม่ได้ผล เพราะคนไทยนิยมเก็บเงินในบ้าน ทำ ให้สภาพคล่องสูงกดดอกเบี้ยลง ซึ่ง ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินว่าบอนด์ยิลด์อายุ 10 ปีของไทย ในช่วงปี ค.ศ. 2020-2030 จะลดลงอีก 2% จากปัจจุบัน เพราะเงินวิ่งเข้าไปหายิลด์ จึงเป็นจุดที่ ธปท.ต้องระวัง เพราะดอกเบี้ยขาลง

สำหรับปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทย จะเติบโตที่ 3.5% เนื่องจากการส่งออกที่ดียังไม่ส่งผ่านหรือกระจายไปสู่เศรษฐกิจในภาพรวม จนไปทำให้คนรู้สึกว่ารายได้เพิ่มขึ้น บวกกับการเบิกจ่ายของภาครัฐก็เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ช้า

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหาร งานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับ คาดการณ์ค่าเงินบาทใหม่ คาดว่าสิ้น ปีนี้เงินบาทจะปิดที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์ จากเดิมประมาณการไว้ที่ 34.50 บาท/ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในภูมิภาค ปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น 7.4% เทียบไต้หวันแข็งค่าขึ้น 6.6% เยนแข็งขึ้น 6.5% มาจากปัจจัยภายในดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลโดยไม่มีการลงทุน รวมทั้งเงินไหลเข้ามายังตลาดพันธบัตร

ทั้งนี้ จับตาเงินที่ไหลเข้าตลาดพันธบัตรจาก 6.3-6.4 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 7.2 แสนล้านบาท เพื่อเก็งกำไรส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หลังจากเงินเฟ้อไทยต่ำสุดในภูมิภาคเฉลี่ย 0.6% ทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาค รองจากจีนและอินเดีย ทำให้ทุนต่างชาติไหลเข้ามาเก็งกำไร

สำหรับกรณีที่ ธปท.ออกประกาศให้ส่งข้อมูลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของบัญชีผู้ที่มีถิ่นฐานต่างประเทศ (นันเรสซิเดนต์) มีผลต่อค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงเพียง 7 สตางค์ ทั้งนี้เห็นว่า ธปท.ต้องบริหารอัตราแลกเปลี่ยนในเชิงรุกมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่