
อินโดทุ่มงบปี'61ลุยโครงสร้างพื้นฐาน
อินโดนีเซียอนุมัติงบประมาณ 106.91 ล้านล้านรูเปียห์ ปี 2561 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน กระตุ้นดัชนีความสามารถแข่งขันระดับโลก
อินโดนีเซียอนุมัติงบประมาณ 106.91 ล้านล้านรูเปียห์ ปี 2561 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน กระตุ้นดัชนีความสามารถแข่งขันระดับโลก
รายงานข่าวจากจาการ์ต้าโพสต์ เปิดเผยว่า กระทรวงโยธาธิการและที่อยู่อาศัย วางแผนในปี 2561 เตรียมมุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน ได้แก่ การขนส่ง การผลิตอาหาร การจัดการของเสีย และที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้ กระทรวงได้อนุมัติงบประมาณปี 2561 จำนวน 106.91 ล้านล้าน รูเปียห์ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ซึ่งเป็นงบประมาณสูงที่สุดที่กระทรวงของอินโดนีเซียเคยได้รับ
นายอาดัง ซัฟ อะหมัด ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ กระทรวงโยธาธิการและที่อยู่อาศัย เปิดเผยว่า งบประมาณมูลค่า 41.3 ล้านล้านรูเปียห์ จะใช้ในการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ทั้งถนนเส้นใหม่ สะพาน และบำรุงรักษาเส้นทางคมนาคมเดิมที่มีอยู่ โดยเตรียมจัดสรรรงบประมาณ 37.3 ล้านล้านรูเปียห์ สำหรับการสร้างเขื่อน และการชลประทาน
ขณะเดียวกัน ยังเตรียมงบประมาณมูลค่า 15.9 ล้านล้านรูเปียห์ ใช้เพื่อพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย และการจัดการน้ำสะอาด รวมถึงพัฒนาที่อยู่อาศัยราคา ไม่สูง ซึ่งปัจจุบันกระทรวงได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่สำคัญทั้งในจังหวัดอาเจะห์ กาลิมันตันตะวันตก ปาปัว และอีกหลายจังหวัด
"การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอินโดนีเซีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในเวทีโลก โดยโครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในเสาหลัก ที่บ่งชี้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เมื่อคะแนนชี้วัดสูงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันจะเพิ่มตาม ทั้งช่วยสนับสนุนสวัสดิการของประชาชน เชื่อมโยงกับกิจกรรมการผลิตในประเทศ" นายอาดัง กล่าว
สำหรับการใช้จ่ายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลนั้น ยังจะช่วยให้ประเทศอินโดนีเซียประสบความสำเร็จ ในดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลกอีกด้วย โดยอินโดนีเซียไต่ขึ้นสองอันดับ สู่อันดับที่ 60 ในการประเมินปี 2559-2560
นอกจากนี้ รายงานข่าวก่อนหน้านี้ ระบุว่า ครอบครัวชาวอินโดนีเซียเพียง 40% มีกำลังซื้อที่อยู่อาศัย เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ได้ขยับพุ่งสูงอีก โดย 40% ของชาวอินโดนีเซียสามารถซื้อบ้านได้จากเงินสมทบของรัฐบาล และอีก 20% ไม่สามารถซื้อบ้านได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือสนับสนุนจากรัฐบาล
นางศรี มุลยานี อินทรวตี รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย กล่าวว่า ขณะที่ในปัจจุบันชาวอินโดนีเซียนั้น มีความต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ 8 แสนถึง 1 ล้านหลัง/ปี โดยการก่อสร้าง ที่อยู่อาศัยในอินโดนีเซีย พบว่ามาจาก ภาคเอกชนสัดส่วนราว 40% ภาครัฐ 20% และการสร้างรายบุคคลอีก 40%
"งบประมาณของรัฐบาลในฐานะเครื่องมือทางการคลังที่มีประสิทธิภาพ เชื่อว่าสามารถสนับสนุนพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยได้" นางศรี กล่าว







