
ต้องมีสติไม่ยั่วยุ
กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะพิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการจำนำข้าว และคดีการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ นายภูมิ สาระผล อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 28 คนเป็นจำเลย ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ นั้น ปรากฏว่าขณะนี้ได้มีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักจากฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้บรรยากาศทางการเมืองอึมครึมกลับเข้าสู่ยุคการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
กรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะพิพากษาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตการจำนำข้าว และคดีการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่มีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ นายภูมิ สาระผล อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 28 คนเป็นจำเลย ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ นั้น ปรากฏว่าขณะนี้ได้มีความเคลื่อนไหวกันอย่างคึกคักจากฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทำให้บรรยากาศทางการเมืองอึมครึมกลับเข้าสู่ยุคการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
ทั้งนี้ ทางฝ่ายสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อธิบายว่าการออกมาเชิญชวนให้กำลังใจคนที่ตนเองศรัทธาย่อมไม่ผิดกฎหมายสามารถทำได้ เพราะไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง หรือสร้างความวุ่นวายใดๆ และเดินทางมาโดยใช้เงินส่วนตัว ไม่ได้ใช้งบหลวงแต่อย่างใด พร้อมกล่าวหาทางรัฐบาลและ คสช.ใช้อำนาจมิชอบทุกทางสกัดกั้น อาทิ งัดกฎหมายฟ้องปิดปากเล่นงานผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ และใช้กำลังทหารฝ่ายปกครอง ข่มขู่ชาวบ้านไม่ให้มาเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์
ฝ่ายรัฐบาลและ คสช.ก็ประโคมข่าวกล่าวหาฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปลุกปั่น ขนคนมาเชียร์เพื่อกดดันศาล พร้อมสั่งดำเนินคดีกับรถตู้ที่ขนคนมา ในขณะที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินก็ออกมา ระบุ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้งบดูงานบังหน้าแอบขนคนมาเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงได้ทำการสอบสวน ปั่นป่วนกันทั่ว
นอกจากนี้ ยังมีผู้ผสมโรงจากฝ่ายที่มีผลได้เสียทางการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันรายวัน ซึ่งมีทั้งชี้นำผลของคดี การดิสเครดิตซึ่งกัน และกัน
การเคลื่อนไหวดังกล่าวย่อมทำให้แลดูเสมือนหนึ่งว่าสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันดังกล่าวจะวุ่นวาย และไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาแบบไหน ก็เสี่ยงจะมีการเผชิญหน้าและอาจนำไปสู่ความรุนแรงได้
ความจริงโดยปกติทั่วไปการรอคำวินิจฉัยของศาล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ต้องหา โจทก์ หรือกองเชียร์ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ต้องสงบปากสงบคำ ไม่สร้างแรงกดดันใดๆ ต่อศาล เพื่อหวังผลให้มีการเปลี่ยนแปลง คำพิพากษา เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดความโกลาหลขึ้นในประเทศ เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับในคำพิพากษา
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายขยายนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง ทางรัฐบาลและ คสช.ในฐานะฝ่ายบริหารที่ต้องจัดการบ้านเมืองให้อยู่ในความสงบ ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังอย่าเติมเชื้อไฟ โดยเฉพาะการข่มขู่หรือการใช้อำนาจในการแก้ปัญหา เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหยุดยั้งหรือแก้ปัญหาได้
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ต้องพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ประเมินตัวเลขผู้มาให้กำลังใจรายวันยอดจำนวนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการยั่วยุทั้งสิ้น
ฉะนั้น สถานการณ์อันอ่อนไหวเช่นนี้ ขอให้ทุกฝ่ายมีสติ ทำหน้าที่ของตนเองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคิดทำอะไรควรจะคำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย เพราะหากประเทศมีแต่เรื่องความวุ่นวาย ย่อมทำให้ประเทศบอบช้ำหนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องที่กำลังเผชิญ รวมถึงความปรองดองที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากทุกฝ่ายยังมองแค่ผลประโยชน์ตนเอง n







