
อำลากุนซือมือขวา
นันทิยา วรเพชรายุทธประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจนับว่าเป็นผู้นำสหรัฐที่ใช้คนเปลืองที่สุดก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งได้ยังไม่ถึงปี ก็มีการปลดคนออกหรือลาออกกันเองไปแล้วเป็นว่าเล่น เฉพาะคนวงในของทรัมป์ที่ตั้งมาเองกับมือนั้น นับคร่าวๆ ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ปาเข้าไป 8 คนแล้ว
นันทิยา วรเพชรายุทธ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ อาจนับว่าเป็นผู้นำสหรัฐที่ใช้คนเปลืองที่สุดก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ขึ้นมารับตำแหน่งได้ยังไม่ถึงปี ก็มีการปลดคนออกหรือลาออกกันเองไปแล้วเป็นว่าเล่น เฉพาะคนวงในของทรัมป์ที่ตั้งมาเองกับมือนั้น นับคร่าวๆ ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ปาเข้าไป 8 คนแล้ว
นับตั้งแต่การปลดอดีตผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนของรัฐบาลกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เจมส์ โคมีย์ ที่นับเป็นเคสเขย่าเก้าอี้ทรัมป์ได้มากที่สุดแล้ว การเข้าๆ ออกๆ ของคนในทำเนียบขาวก็แทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาจนแทบจะตั้งโต๊ะพนันกันได้เลยว่า คนข้างกายทรัมป์นอกจากลูกสาวกับลูกเขย จะอยู่ได้นานกี่ปี กี่เดือน หรือกี่สัปดาห์
แต่จะตั้งหรือจะปลดใครนั้นก็ไม่มีใครเป็นข่าวดังไปกว่า "สตีเฟน แบนนอน" อีกแล้วในเวลานี้
ที่ดังและกลายเป็นประเด็นใหญ่สุดก็เพราะว่า สตีเฟน แบนนอน คนนี้เป็นกุนซือมือขวาที่ทรัมป์ไว้วางใจมากเพราะมีแนวคิดคล้ายกัน และเป็นหนึ่งในคนวงในที่สุดของทรัมป์ แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ในงานราชการหรือองค์กรขนาดใหญ่ แต่แบนนอนก็ได้รับความไว้วางใจให้สามารถแตะต้องประเด็นต่างๆ ได้แบบครอบจักรวาล ตั้งแต่เรื่องความมั่นคงไปจนถึงเศรษฐกิจและการค้ากับจีน ในฐานะ "หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ทำเนียบขาว"
สำคัญขนาดนี้ยังต้องกระเด็นไป ก็หมายความว่าภายในทำเนียบขาวนั้นมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันรุนแรงไม่แพ้การเมืองที่ไหนเช่นกัน
แบนนอนถือเป็นแกนนำสำคัญของฝ่าย "ชาตินิยม" ในทีมงานของทรัมป์ ที่เน้นนโยบายอเมริกามาก่อน ไปจนถึงเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงแบบชาตินิยมจัด โดยมีลูกคู่แนวเดียวกันคือ วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ปีเตอร์ นาร์วาโร ผู้อำนวยการสภาการค้าแห่งชาติ และโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ
ขณะที่อีกฝ่ายอย่าง "โกลบอลลิสต์" หรือพวกหัวโลกาภิวัตน์ที่หมุนทันตามกระแสโลก และมักจะขัดแย้งกับแบนนอนอยู่บ่อยคร้ง นำโดย แกรี โคห์น ประธานสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง และ ซอนนี เพอร์ดู รัฐมนตรีเกษตร
แต่หากจะนับฝ่ายที่ไม่ถูกกับแบนนอนทั้งหมดก็ต้องรวม จอห์น เคลลี หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวด้วย ซึ่งไม่ชอบพวกแหกธรรมเนียมที่เข้าถึงตัวและเป่าหูประธานาธิบดีได้ง่ายๆ แบบไม่นัดล่วงหน้า ทำให้เสียระบบในทำเนียบขาว นอกจากนี้ยังรวมถึงนายพล แม็คมาสเตอร์ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ที่เห็นขัดแย้งกันเรื่องอัฟกานิสถาน และนโยบายต่างประเทศด้วย
การกลับไปทำงานเดิมที่สำนักข่าวสายขวาจัด ไบร์ทบาร์ท นิวส์ ทำให้หลายฝ่ายมีความหวังว่า สหรัฐอาจลดความแข็งกร้าวในนโยบายชาตินิยมลง โดยเฉพาะในประเด็นทางเศรษฐกิจและการงัดข้อกับจีน
อย่างไรก็ดี การจะเปลี่ยนทิศเพียงเพราะแบนนอนออกไปนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการเมืองและเศรษฐกิจชาตินิยมนั้นเป็นพื้นฐานของฝ่ายทรัมป์มาตั้งนานแล้ว และทีมทรัมป์ก็ยังเต็มไปด้วยฝ่ายขวาจัดอยู่อีกมาก ขณะที่แบนนอนอาจเล่นเกมจากวงนอก ด้วยการยิ่งใช้สื่อในมือกระพือแนวคิดของตัวเอง และดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามขึ้นไปอีก
วันนี้จะเป็นวันแรกที่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาวหลังจากลาพักร้อนไป 2 สัปดาห์ ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า รัฐบาลทรัมป์ที่เพลี่ยงพล้ำมาหลายยกจนถึงปัจจุบัน จะถึงเวลาปรับแผนใหญ่เบนทิศทางไปจากนี้หรือไม่ n







