posttoday
รุ่น2สีTOA ต้องเติบโต

รุ่น2สีTOA ต้องเติบโต

14 สิงหาคม 2560

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) หรือ TOA ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิวสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ก่อนทำธุรกิจมากว่า 50 ปี

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) หรือ TOA ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิวสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ก่อนทำธุรกิจมากว่า 50 ปี มีแผนจะระดมทุนขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) 507.6 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ช่วงไตรมาส 4 นี้

“จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA กล่าวว่า ฐานะทายาทรุ่น 2 ที่เข้ามารับไม้ต่อโจทย์สำคัญที่ตั้งไว้คือ การสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในอนาคต โดยจะนำเงินที่ได้จากการขายไอพีโอไปขยายธุรกิจให้เติบโตทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพภายใน และทุนหมุนเวียนในปีนี้ตั้งงบลงทุนรวมไว้ 1,200 ล้านบาท แบ่ง 990 ล้านบาท ใช้ลงทุนสร้างโรงงาน 3 แห่ง ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย จะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2561 กัมพูชาจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2561 และเมียนมา ที่มีแผนย้ายโรงงานจากเมืองย่างกุ้งไปอยู่ที่เขตเศรษฐกิจติละวา คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2561

เมื่อรวมกำลังการผลิตของโรงงานผลิตทั้ง 3 แห่งเมื่อสร้างเสร็จ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 15.1 ล้านแกลลอน/ปี หรือคิดเป็นประมาณ 17.10% ของกำลังการผลิต ปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตรวม 88 ล้านแกลลอน/ปี จากโรงงานผลิต 8 แห่ง ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย 3 แห่ง และอีกประเทศละ 1 แห่ง คือ เวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา และกัมพูชา ส่วนงบลงทุนที่เหลือของปีนี้จะใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงงานเดิม

ขณะที่ปีนี้คาดว่ายอดขายจะทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2559 ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกำลังซื้อยังอยู่ในช่วงไว้อาลัย ทำให้ลูกค้าไม่นิยมทาสีที่อยู่อาศัยหรืออาคาร ขณะที่ในปี 2561 ตั้งเป้ายอดขายจะเติบโต 6% ตามกำลังซื้อที่ดีขึ้น และบริษัทจะมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นจากการทยอยเปิด 3 โรงงานใหม่ ช่วยสร้างรายได้จากการขายเพิ่มเข้ามา

ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตสีทาอาคารรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จากรายได้จากการขายรวมปี 2559 ที่ประมาณ 1.62 หมื่นล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งการตลาดสีทาอาคารในไทยสัดส่วน 48.70% และมีส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวในเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนประมาณ 13%

รุ่น2สีTOA ต้องเติบโต จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ

“ในไทยเรามีมาร์เก็ตแชร์เป็นที่ 1 อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือรักษาความเป็นที่ 1 ต่อไปให้ได้ แผนที่ต้องทำคือการไม่นิ่งอยู่กับที่ ต้องพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อยู่โดยตลอด รวมถึงคุณภาพของสินค้า และต้องนำประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญออกไปช่วยธุรกิจในต่างประเทศที่บริษัทออกไปมากว่า 20 ปี”

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์หลักแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 70% มีสินค้าประมาณ 9,106 รายการ ภายใต้ตราสินค้าจำนวน 114 ตราสินค้ามีตราสินค้าที่สำคัญ อาทิ ซุปเปอร์ชิลด์, ซุปเปอร์ชิลด์ ดูราคลีน เอ พลัส, ทีโอเอ เซเว่น อิน วัน, ทีโอเอ เอ็กซ์ตร้า เวท, ทีโอเอ กลิปตั้น, ทีโอเอ ชิลด์วัน นาโน, โฟร์ซีซันส์, ซุปเปอร์เทค,  ซุปเปอร์เมเทค, โกเบ และเป็ดหงส์

กลุ่ม 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวและผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 30% มีสินค้าประมาณ 2,730 หน่วยเก็บสินค้า ภายใต้ตราสินค้าจำนวน 88 ตราสินค้า ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวสำหรับงานไม้ ผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์สีที่มีความทนทานสูง ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยบริษัทจะมีการปรับปรุงพัฒนาสินค้าตลอดเวลาตามภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

จตุภัทร์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญมากในการทำธุรกิจคือ ช่องทางการจัดจำหน่าย เนื่องจากมีเครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้ารองรับที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มีเครือข่ายผู้ค้าปลีก 6,080 ราย ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด 787 อำเภอ ถือเป็นจุดแข็งของบริษัท และการเป็นผู้ครองตลาดอันดับ 1 ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่งสะท้อน และปัจจุบันต้นทุนผลิตต่ำกว่าอดีต 10 เท่า ขณะตลาดในต่างประเทศมีเครือข่ายผู้ค้าปลีกในอาเซียน 1,744 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้จะเกื้อหนุนให้ TOA เติบใหญ่ในอนาคตต่อไป แม้กิจการจะตกมาอยู่ในทายาท
รุ่นที่ 2 ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน